โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จัดการให้สิ้น! CIB นำทีมรวบ 31 ราย คอกม้าจีนเทา ขบวนการฟอกเงินแก๊งคอลฯ

อีจัน

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 17.46 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 10.45 น. • อีจัน

CIB ทลายคอกม้าจีนเทา ขบวนการฟอกเงินแก๊งคอลฯ!

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ประดิษฐ์ เปการี รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พร้อมด้วยกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท., กก.1 บก.ปอท., กก.4 บก.ปคบ., สภ.บ้านฉาง และ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 31 ราย เป็น (คนไทย 18 ราย, คนจีน 13 ราย)

ผู้ต้องหาลำดับที่ 1–3 และ 22-27 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”

ผู้ต้องหาลำดับที่ 4-11 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกัน เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น”

ผู้ต้องหาลำดับที่ 12-21 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

ผู้ต้องหาลำดับที่ 28 – 31 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

พร้อมด้วยของกลางและทรัพย์สินตรวจยึด ประกอบด้วย สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 49 เล่ม, บัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 49 ใบ, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 66 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ (โน๊ตบุ๊ก) จำนวน 2 เครื่อง, รถยนต์ จำนวน 3 คัน, รถยนต์จักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน, เงินสดกว่า 1 ล้านบาท และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ อีกจำนวนหลายรายการ รวมทรัพย์สินตรวจยึดรวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคม 2568 ผู้เสียหายพบเห็นโฆษณาทางเฟซบุ๊ก ที่มีการโฆษณาเกี่ยวกับการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ จึงได้กดลิงก์โฆษณาดังกล่าว จากนั้นระบบอัตโนมัติได้นำผู้เสียหายไปยังกลุ่มไลน์ Open Chat ชื่อ “Shopping Center” ซึ่งกลุ่มไลน์ดังกล่าวมีสมาชิกจำนวนกว่า 700 คน มีการพูดคุยเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าจำนวนมาก ผู้เสียหายสนใจที่จะลงขายสินค้าจึงได้ทักหาแอดมินของไลน์ Open Chat ดังกล่าว โดยแอดมินแจ้งว่าสามารถลงรูปพร้อมระบุราคาให้ชัดเจนแล้วลงขายได้เลย ผู้เสียหายจึงได้ลงขายสินค้า จำนวน 1 ชิ้น ในราคา 1,420 บาท ต่อมา มีลูกค้า (หน้าม้า) แจ้งว่าสนใจจะซื้อสินค้าและถามหารหัสร้านค้า ซึ่งแอดมินของกลุ่มจึงแจ้งว่าจะต้องมีการลงทะเบียนร้านค้าก่อน จากนั้นจึงส่งลิงก์เว็บไซต์ “SELLER CENTER” ให้ผู้เสียหายทำการลงทะเบียน โดยให้กรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย

จากนั้นแอดมินได้ส่งบัญชีผู้ใช้ไลน์ให้แก่ผู้เสียหาย โดยแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี จะเป็นผู้ดูแลระบบร้านค้าและการเบิกถอนให้กับสมาชิก ต่อมา เจ้าหน้าที่การเงินได้แจ้งกับผู้เสียหายว่ามียอดเงินจากการขายสินค้าของผู้เสียหายเข้ามาในระบบแล้ว แต่ยังไม่สามารถถอนเงินได้ โดยออกอุบายว่า ผู้เสียหายยังไม่ได้ทำการทดสอบเปิดการมองเห็นร้านค้าครั้งแรก จากนั้นได้เชิญผู้เสียหายเข้ากลุ่มไลน์ ชื่อ “เปิดการมองเห็นร้านค้า” โดยคนร้ายอ้างว่าสมาชิกใหม่จะต้องมีการเติมยอดเงินเข้ามายังแพลตฟอร์ม และหลอกให้ผู้เสียหายลงทุนเพิ่มมากขึ้นและเมื่อต้องการจะถอนเงิน คนร้ายจะสร้างเงื่อนไขต่างๆ ให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าระบบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถเบิกถอนเงินออกจากระบบได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกลวง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2.9 ล้านบาท

จากการสืบสวนทราบว่า คนร้ายกลุ่มนี้ใช้บ้านพักตากอากาศแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เป็นคอกม้า โดยการนำเจ้าของบัญชีม้ามากักขังไว้และยึดอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด ไม่ให้มีการติดต่อกับบุคคลภายนอก นอกจากนั้นกลุ่มผู้ต้องหายังคอยควบคุมและบังคับให้ทำตามคำสั่ง หากขัดขืนจะถูกทุบตี ทำร้ายร่างกาย และพาไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรอรับออเดอร์จากชาวจีน (ผ่าน Telegram) เมื่อมียอดเงินของผู้เสียหายที่ถูกประทุษร้ายโอนเงินเข้ามายังบัญชีม้าที่เตรียมไว้ กลุ่มคนร้ายจะควบคุมเจ้าของบัญชีม้าไปเบิกถอนเงินสดตามเคาน์เตอร์สาขาต่างๆ และมีการวิ่งกระจายกดเงินสดตามตู้ ATM หรือนำพาเจ้าของบัญชีม้าไปสแกนหน้าเพื่อนโอนเงินตามสถานที่นัดหมายของชาวจีน จากการสืบสวนขยายผลจากผู้ต้องหาที่จับกุมได้ ให้การสอดคล้องต้องกันในสาระสำคัญ โดยสรุปได้ว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้รับว่าจ้างจากชายชาวจีน ให้ทำหน้าที่ในการหาจัดหาคนมาเปิดบัญชีธนาคาร ก่อนจะส่งมอบเลขที่บัญชีให้กับกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน อีกทั้งยังมีการถอนเงินสด วันละ 1 – 2 ล้านบาท จากนั้นนำเงินสดไปส่งมอบให้กลุ่มชาวจีนตามสถานที่ต่างๆ ที่จะตกลงกัน จนนำมาสู่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาระดับสั่งการ, ฟอกเงิน และรับผลประโยชน์ เพิ่มเติมอีก และในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังสามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน ในฐานความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ได้อีก พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย ยาไอซ์ 18.8 กรัม, คีตามีน 3.7 กรัม, ยาบ้า จำนวน 4 เม็ด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

รวมปฏิบัติการทั้ง 2 ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 31 ราย โดยเป็นชาวจีน จำนวน 13 ราย และชาวไทย จำนวน 18 ราย รวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินที่ตรวจยึดประมาณ 6 ล้านบาท อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ (Thaipoliceonline) พบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหานี้อีก จำนวน 291 คดี ซึ่งมีพฤติการณ์การหลอกลวงในหลายรูปแบบ เช่น หลอกให้ทำงานพิเศษ, หลอกกู้เงินออนไลน์, หลอกให้ลงทุนในทองคำ, อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...