โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กูรูไต้หวัน เตือน! 5 เมนูปลา กินแบบผิดๆ เสี่ยงสารพิษตกค้าง-พยาธิเพียบ

sanook.com

เผยแพร่ 30 ก.ค. เวลา 14.43 น. • Sanook
นักโภชนาการชาวไต้หวัน เตือน 5 เมนูปลา กินแบบผิด ๆ เสี่ยงสารพิษตกค้าง-พยาธิเพียบ แนะวิธีกินให้ปลอดภัย ได้ประโยชน์เต็ม ๆ

นักโภชนาการชาวไต้หวัน เตือน 5 เมนูปลา กินแบบผิด ๆ เสี่ยงสารพิษตกค้าง-พยาธิเพียบ แนะวิธีกินให้ปลอดภัย ได้ประโยชน์เต็ม ๆ

ชอบกินปลาหรือเปล่า? หลายคนมักเลือกเมนูปลามาเติมเต็มมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน เพราะปลาไม่เพียงให้โปรตีนคุณภาพดี แต่ยังอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด

อย่างไรก็ตาม นักโภชนาการ จาง อวี้ซี ชาวไต้หวัน เตือนว่า แม้ปลาอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ แต่การ "กินให้ถูกวิธี" ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากไม่ระวัง อาจเผลอรับสารโลหะหนัก สารพิษ หรือแม้แต่พยาธิเข้าร่างกายโดยไม่รู้ตัว

จาง อวี้ซี อธิบายว่า “หนังปลา” มีคอลลาเจนและไขมันดีที่เป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณและหลอดเลือด แต่ในขณะเดียวกัน หนังปลาก็เป็นส่วนที่มีแนวโน้มสะสมโลหะหนักมากที่สุด โดยเฉพาะในปลาทะเลขนาดใหญ่ จึงควรเลือกบริโภคอย่างระมัดระวัง

ส่วน“หัวปลา” ที่มักใช้ในเมนูนึ่งหรือต้มซุปนั้น แม้จะอุดมด้วย DHA, EPA และสารเจลาติน แต่เธอเตือนว่า“บริเวณเหงือกปลา” มักเป็นแหล่งสะสมของสารพิษและพยาธิ จึงควรล้างทำความสะอาดอย่างดีในการปรุงอาหาร

สำหรับ“เครื่องในปลา” ถือเป็นจุดที่มีการสะสมของสารพิษและโลหะหนักมากที่สุด อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างจำกัด เธอแนะนำว่าโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องกิน และผู้ที่มีปัญหาทางเดินอาหารควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด

Huy Phan

5 เมนูปลาที่ควรระวังในการบริโภค

เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในการกินปลาอย่างปลอดภัย จาง อวี้ซี ได้ชี้ให้เห็นถึง 5 เมนูปลา ที่ควรระวังในการบริโภค โดยเน้นว่า ไม่จำเป็นต้องงดโดยสิ้นเชิง แต่ควรเรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

1. ปลาขนาดใหญ่
เช่น ปลาธง, ปลาทูน่า, ปลาฉลาม เนื่องจากอยู่ในตำแหน่งสูงของห่วงโซ่อาหาร จึงมีแนวโน้มสะสมสารปรอทและโลหะหนักได้มาก แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์และเด็กหลีกเลี่ยง

2. เมนูปลาทอด
การทอดด้วยน้ำมันอุณหภูมิสูงทำให้เกิดไขมันทรานส์ ซึ่งหากกินเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด แม้จะกินได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรรับประทานเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวัน

3. เมนูปลาสไตล์จีน
เช่น ปลาตุ๋นซีอิ๊ว ปลาราดเปรี้ยวหวาน แม้จะอร่อยและเข้ากับข้าว แต่ก็มักมีปริมาณโซเดียมสูง ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือมีแนวโน้มบวมน้ำ

4. เมนูปลาทะเลน้ำลึก
แม้จะอุดมด้วยโอเมก้า-3 ที่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็อาจแฝงด้วยโลหะหนัก แนะนำให้เลือกปลาขนาดเล็ก และมีแหล่งที่มาชัดเจน เช่น ปลาซาบะ หรือ ปลาอาจิ (ปลาเข็มญี่ปุ่น) จะปลอดภัยกว่า

5. เมนูปลาดิบ
เช่น ซาชิมิ หากไม่ได้ผ่านกระบวนการแช่แข็งอย่างเหมาะสม อาจมีพยาธิหรือเชื้อโรคปนเปื้อน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยง

RDNE Stock project

จาง อวี้ซี ยังแนะนำเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยให้กินปลาได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ดังนี้:

  • เวลาทอดปลาแซลมอน ควรลอกหนังออกก่อน จะช่วยลดสารโลหะหนักตกค้างได้ถึงประมาณ 40% หากลอกหนังหลังทอดเสร็จ ผลลัพธ์จะลดลง

  • เลือกปลาตัวเล็กที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร เช่น ปลาซัมมะ ปลาซาบะ หรือปลากะพงเหลืองขนาดเล็ก เนื่องจากมีความเสี่ยงปนเปื้อนต่ำกว่า

  • ก่อนต้มซุปปลา ควรลวกปลาก่อน จะช่วยลดกลิ่นคาว สิ่งสกปรก และโลหะหนักตกค้าง

  • เลือกซื้อปลาที่มีสัญลักษณ์ “CAS” หรือ “มีประวัติการผลิต” เพื่อให้มั่นใจว่ามีแหล่งที่มาชัดเจน และปลอดภัยต่อสุขภาพ

จาง อวี้ซี เน้นย้ำว่า การกินปลานั้นดีต่อสุขภาพก็จริง แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ "กินเยอะ" แต่คือ "กินเป็น" หากเลือกชนิดปลาให้เหมาะ และปรุงอย่างถูกวิธี ก็จะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้อย่างแท้จริง

เธอยังฝากเตือนว่า แทนที่จะกินตามกระแสหรือเสริมแบบไม่รู้ที่มา ควรเริ่มต้นจากการ "รู้จักปลา" และค่อย ๆ สร้างนิสัยการกินปลาอย่างถูกต้องในชีวิตประจำวันจะดีกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...