โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ คาด่าน เข้ารับทราบข้อหาแล้ว

Khaosod

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.21 น.
7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ คาด่าน เข้ารับทราบข้อหาแล้ว

7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ ยศ พ.ต.ท. บาดเจ็บสาหัสคาด่านตรวจแอลกอฮอล์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ดีเอสไอ กฎหมายซ้อมทรมาน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.ค.2568 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากกรณี 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจจราจร ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามคำสั่งกองบังคับการตำรวจจราจรที่ 584/2567 ลงวันที่ 4 ธ.ค.67

จากเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายประชาชน เหตุเกิดบริเวณริมถนนประเสริฐมนูกิจ เป็นเหตุให้ นายธนานพ บุตรชายของ พ.ต.ท.ธนชัย เกิดศรี อดีต สว.กก.2 บก.ปทส. ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.67 เวลาประมาณ 01.40 น.

7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ ยศ พ.ต.ท. บาดเจ็บสาหัสคาด่านตรวจแอลกอฮอล์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ดีเอสไอ กฎหมายซ้อมทรมาน 

7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ ยศ พ.ต.ท. บาดเจ็บสาหัสคาด่านตรวจแอลกอฮอล์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ดีเอสไอ กฎหมายซ้อมทรมาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 7 ราย ทราบว่าได้เข้าใจผิดคิดว่ารถคันที่นายธนานพขับมานั้นเป็นรถที่แหกด่านจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์หลบหนี เนื่องจากเป็นรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น และสีเดียวกันกับรถคันที่แหกด่านหลบหนีไป กระทั่งตำรวจ 7 ราย ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน

และต่อมาวันที่ 7 มี.ค.68 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 134/2567 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกำกับการสอบสวนคดีความผิดแห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ

นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ดีเอสไอ พร้อมด้วยพนักงานอัยการ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดีครั้งที่ 1 และวางกรอบแนวทางการสอบสวนขยายผล รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาความผิดแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง

กระทั่งวันที่ 18 มิ.ย.68 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษประชุมสรุปความคืบหน้าทางคดี พร้อมลงมติเเจ้งข้อกล่าวหา 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ตามฐานความผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มาตรา 5 คือ ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ เพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ก่อนนัดหมายผู้ต้องหาให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 9 ก.ค.68 ตามที่มีการรายงานข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษนำโดย นายวัชรินทร์ และ นายอังศุเกติ์ พร้อมด้วยพนักงานอัยการ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง 7 ราย ประกอบด้วย

  • ร.ต.อ.ทวีพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) รอง สว.งานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร.
  • ส.ต.อ.วีรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร.
  • ส.ต.อ.ปพนธีร์ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร.
  • ส.ต.อ.กีรติ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร.
  • ส.ต.อ.วัชรวี (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร.
  • ส.ต.อ.จักรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร.
  • ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร.

โดยในฐานความผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มาตรา 5 คือ ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ เพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 309 มาตรา 310 และมาตรา 172 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

ขณะที่ นายอังศุเกติ์ เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนในวันนี้คือการเรียกทั้ง 7 ผู้ต้องหาให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งภายหลังมีการแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการปล่อยตัวกลับ ไม่ได้ควบคุมตัวไว้ เพราะผู้ต้องหามีการเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ไม่มีการหลบหนี

ซึ่งระหว่างนี้ภายในเวลา 2 สัปดาห์ หรือ 15 วัน ผู้ต้องหาทั้งหมดมีหน้าที่ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามความประสงค์ ซึ่งถ้าหากพนักงานสอบสวนได้รับเอกสารการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดคำให้การ เพื่อดูว่าจะต้องมีการเรียกสอบสวนปากคำเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และเป็นการเรียกเพิ่มในประเด็นใด

อย่างไรก็ตาม การสรุปสำนวนพร้อมความเห็นส่งฟ้องผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต จะเกิดขึ้นภายในเดือน ส.ค. จากนั้นพนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต จะมีการสรุปสำนวนสั่งฟ้องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร (ผู้ต้องหา) ทยอยเดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษก่อน 6 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนสวมชุดลำลอง เสื้อยืด กางเกงยีนส์ และมีการปิดบังอำพรางใบหน้าด้วยการสวมหมวกและแมสก์ และพยายามหลบเลี่ยงการบันทึกภาพของสื่อมวลชน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้พาทั้ง 6 รายขึ้นไปด้านบนอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อย่างไรก็ตาม ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ ที่ยังไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในตอนนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ คาด่าน เข้ารับทราบข้อหาแล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...