7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ คาด่าน เข้ารับทราบข้อหาแล้ว
7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ ยศ พ.ต.ท. บาดเจ็บสาหัสคาด่านตรวจแอลกอฮอล์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ดีเอสไอ กฎหมายซ้อมทรมาน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.ค.2568 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากกรณี 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจจราจร ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามคำสั่งกองบังคับการตำรวจจราจรที่ 584/2567 ลงวันที่ 4 ธ.ค.67
จากเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายประชาชน เหตุเกิดบริเวณริมถนนประเสริฐมนูกิจ เป็นเหตุให้ นายธนานพ บุตรชายของ พ.ต.ท.ธนชัย เกิดศรี อดีต สว.กก.2 บก.ปทส. ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.67 เวลาประมาณ 01.40 น.
7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ ยศ พ.ต.ท. บาดเจ็บสาหัสคาด่านตรวจแอลกอฮอล์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ดีเอสไอ กฎหมายซ้อมทรมาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 7 ราย ทราบว่าได้เข้าใจผิดคิดว่ารถคันที่นายธนานพขับมานั้นเป็นรถที่แหกด่านจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์หลบหนี เนื่องจากเป็นรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น และสีเดียวกันกับรถคันที่แหกด่านหลบหนีไป กระทั่งตำรวจ 7 ราย ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน
และต่อมาวันที่ 7 มี.ค.68 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 134/2567 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกำกับการสอบสวนคดีความผิดแห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ
นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ดีเอสไอ พร้อมด้วยพนักงานอัยการ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดีครั้งที่ 1 และวางกรอบแนวทางการสอบสวนขยายผล รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาความผิดแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง
- อ่านข่าว : โดนแล้ว ผบก.จร. เซ็นคำสั่งให้ 7 ตำรวจจราจร ออกจากราชการไว้ก่อน
- อ่านข่าว : มอบตัวแล้ว! จราจร 7 นาย รุมทำร้ายลูกชาย พ.ต.ท.อดีตตำรวจ ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว
กระทั่งวันที่ 18 มิ.ย.68 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษประชุมสรุปความคืบหน้าทางคดี พร้อมลงมติเเจ้งข้อกล่าวหา 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ตามฐานความผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มาตรา 5 คือ ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ เพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ก่อนนัดหมายผู้ต้องหาให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 9 ก.ค.68 ตามที่มีการรายงานข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษนำโดย นายวัชรินทร์ และ นายอังศุเกติ์ พร้อมด้วยพนักงานอัยการ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง 7 ราย ประกอบด้วย
- ร.ต.อ.ทวีพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) รอง สว.งานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร.
- ส.ต.อ.วีรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร.
- ส.ต.อ.ปพนธีร์ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร.
- ส.ต.อ.กีรติ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร.
- ส.ต.อ.วัชรวี (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร.
- ส.ต.อ.จักรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร.
- ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร.
โดยในฐานความผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มาตรา 5 คือ ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ เพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 309 มาตรา 310 และมาตรา 172 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ขณะที่ นายอังศุเกติ์ เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนในวันนี้คือการเรียกทั้ง 7 ผู้ต้องหาให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งภายหลังมีการแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการปล่อยตัวกลับ ไม่ได้ควบคุมตัวไว้ เพราะผู้ต้องหามีการเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ไม่มีการหลบหนี
ซึ่งระหว่างนี้ภายในเวลา 2 สัปดาห์ หรือ 15 วัน ผู้ต้องหาทั้งหมดมีหน้าที่ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามความประสงค์ ซึ่งถ้าหากพนักงานสอบสวนได้รับเอกสารการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดคำให้การ เพื่อดูว่าจะต้องมีการเรียกสอบสวนปากคำเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และเป็นการเรียกเพิ่มในประเด็นใด
อย่างไรก็ตาม การสรุปสำนวนพร้อมความเห็นส่งฟ้องผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต จะเกิดขึ้นภายในเดือน ส.ค. จากนั้นพนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต จะมีการสรุปสำนวนสั่งฟ้องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร (ผู้ต้องหา) ทยอยเดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษก่อน 6 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนสวมชุดลำลอง เสื้อยืด กางเกงยีนส์ และมีการปิดบังอำพรางใบหน้าด้วยการสวมหมวกและแมสก์ และพยายามหลบเลี่ยงการบันทึกภาพของสื่อมวลชน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้พาทั้ง 6 รายขึ้นไปด้านบนอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อย่างไรก็ตาม ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ ที่ยังไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในตอนนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 ตำรวจจราจร รุมกระทืบ ลูกอดีตตำรวจ คาด่าน เข้ารับทราบข้อหาแล้ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th