โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พลังงานไทยท่ามกลางความผันผวน

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 18.56 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงานที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งปัจจัยระยะสั้นและระยะยาว กำลังส่งผลกระทบต่อราคาและความมั่นคงด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่ Net Zero แต่ความเป็นจริงคือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา เห็นได้จากการที่สหรัฐชะลอการผลักดันเป้าหมาย Net Zero ในขณะที่บริษัทพลังงานทั่วโลกยังคงเห็นว่าทิศทางนี้เป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้า แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทาย

เช่นเดียวกับที่นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวในงาน iBusiness Forum Decode 2025 : The Mid-Year Signal ถอดสัญญาณเศรษฐกิจโลก พลิกอนาคต เศรษฐกิจไทย ว่า ทิศทางพลังงานโลกในปัจจุบันต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจผันผวน แรงกดดันจากเงินเฟ้อ นโยบายที่ไม่แน่นอน และการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัล

ในขณะที่ปัจจัยระยะยาวคือความท้าทายหลักในการลดคาร์บอนสู่เป้าหมาย Net Zero การเดินทางสู่พลังงานสะอาดจึงต้องอาศัยความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความยั่งยืน และราคาพลังงานที่เหมาะสม ที่ผ่านมา ปตท.เองก็ยังคงให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานและความยั่งยืนควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งข้อมูลการใช้พลังงานโลกชี้ชัดว่า แม้พลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึง 20% ของการใช้พลังงานทั้งหมดจนถึงปี 2593 เนื่องจากข้อจำกัดด้านเสถียรภาพและราคา

ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สะอาดกว่าจึงยังคงมีบทบาทสำคัญและสัดส่วนการใช้เพิ่มขึ้นจาก 24% ในปี 2566 เป็น 26% ในปี 2593 ในขณะที่น้ำมันจะลดลงจาก 31% เหลือ 28% แนวโน้มนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มองว่าก๊าซธรรมชาติจะยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ด้วยความสามารถในการผลิตก๊าซธรรมชาติได้เองในภูมิภาค เช่น ไทย เมียนมา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งตอบโจทย์ด้านความมั่นคงทางพลังงานได้เป็นอย่างดี

ทิศทางพลังงานของประเทศไทยเต็มไปด้วยทั้งโอกาสและความท้าทาย แม้กระทรวงพลังงานจะส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านความเสถียรในการผลิตและต้นทุนที่สูง ซึ่งส่งผลต่อค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ก๊าซธรรมชาติจึงยังคงมีบทบาทสำคัญและสัดส่วนการใช้ไม่ได้ลดลงในระยะยาว โดยประเทศไทยสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยได้ 50% ของการใช้ทั้งหมด นำเข้าจากเมียนมา 15% และที่เหลือเป็นการนำเข้า LNG ถึง 30%

และเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการเร่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG ซึ่งมีความเสี่ยงด้านราคาในช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ การปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาไฮโดรเจน และการดักจับและจัดเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการลดระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ทั้งนี้ การลดการปล่อยคาร์บอนเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กลยุทธ์ที่สำคัญประกอบด้วย 1.การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน : การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด 2.การใช้พลังงานสะอาด : การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์และลม 3.การปลูกป่า : การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ 4.การใช้กฎหมายและกฎระเบียบ : การออกนโยบายที่สนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน

และ 5.CCS : เทคโนโลยีที่คาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 500 โครงการทั่วโลกใน 5 ปีข้างหน้า รวมถึงการพัฒนาไฮโดรเจนซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพสูง แม้ปัจจุบันจะมีต้นทุนสูง แต่ในอนาคตเมื่อต้นทุนลดลง การนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น

ทิศทางพลังงานโลกและไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การสร้างความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความยั่งยืน และราคาที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทบาทของภาครัฐและบริษัทพลังงานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำพาประเทศไทยฝ่าคลื่นความผันผวนและสร้างอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...