โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เผย 2 นิสัยสุดแปลกของคนญี่ปุ่นที่ต่างชาติมองข้าม กลับเป็นเคล็ดลับอายุยืน ห่างมะเร็ง-เบาหวาน

Thaiger

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. • Thaiger ข่าวไทย

พาส่อง 2 พฤติกรรมของคนญี่ปุ่น ที่คนต่างชาติมองข้าม แถมยังบอกว่าแปลก แต่นั่นกลับเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้อายุยืน ห่างไกลทั้งมะเร็ง และเบาหวาน

แน่นอนว่าหนึ่งในชาติที่เป็นไอคอนขอคำว่า “อายุยืน” คงหนีไม่พ้น ญี่ปุ่น จนทุกวันนี้ประเทศเกาะแห่งีน้ได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ แต่ถึงอย่างนั้น กลุ่มผู้สูงอายุเหล่านั้นยังมีสุขภาพที่ดี และห่างไกลจากโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งปัจจัยที่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มองว่าแปลก กลับกลายเป็นเคล็ดลับอายุยืน ดังนี้

1. การกินข้าวเย็น หรือ ข้าวค้างคืนหลายวัน

ในขณะที่คนต่างชาติมองว่าการทางข้าวเย็นหรือข้าวที่เหลือนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่คนญี่ปุ่นกลับนิยมกินข้าวเย็น หรือข้าวที่เก็บไว้ในตู้เย็นหลายวัน โดยเฉพาะเบนโตะ (ข้าวกล่อง) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของแดนปลาดิบมาอย่างยาวนาน

ทำไมคนญี่ปุ่นถึงเลือกกินข้าวเย็น?

  • ลดกิ่นที่รบกวนผู้อื่น : ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นนั้นให้ความสำคัญกับการไม่รบกวนคนรอบข้าง ซึ่งการกินอาหารร้อนในที่ปิด เช่น รถไฟ หรือ ออฟฟิศ อาจทำให้เกิดกลิ่นแรง โดยข้าวเย็นนั้นช่วยลดกลิ่นได้ดี
  • ช่วยควบคุมน้ำหนัก และดูแลช่องปาก : ข้าวเย็น ทำให้ต้องเคี้ยวนานขึ้น ซึ่งดีต่อการย่อยและช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็ว อีกทั้งยังป้องกันการลวกปากจากอาหารที่ร้อนจัด นั่นทำให้คนญี่ปุ่นสามารถกินข้าวช้าๆ อย่างมีสติได้ และดีต่อการควบคุมน้ำหนัก
  • ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน : ข้าวที่ถูกทำให้เห็นจะมีโครงสร้างของแป้งที่เปลี่ยนไป กลายเป็น แป้งต้านทานการย่อย (Resistant Starch) ช่วยชะลอการดูดซับกลูโคสในเลือด ลดอโอกาสที่ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงหลังมื้ออาหาร ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท 2 โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

2. การไม่ออกกำลังกายแบบจริงจัง แต่ให้ความสำคัญกับการขยับตัวเล็กๆ

จากผลสำรวจของ The Lancet Global Health ได้ระบุว่า คนญี่ปุ่นกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ออกกำลังกานอย่างเป็นกิจจะลักษณะ หรือเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ แต่พวกเขากลับมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งในปผู้สูงอายุที่อายุเกิน 100 ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ นั่นเป็นเพราะคนญี่ปุ่นมีวิถีชีวิตที่มักกระตุ้นให้ร่างกายได้ขยับอยู่เสมอ โดยที่ไม่ต้องเข้ายิม หรือเล่นกีฬาหนักๆ

เคล็ดลับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน มีดังนี้

  • การเดินหรือปั่นจักรยาน เป็นกิจวัตร : เด็กญี่ปุ่นกว่า 98 เปอร์เซ็นต์ มักจะเดินหรือปั่นจักรยานไปโรงเรียน ซึ่งเป็นการปลูกฝัยนิสัยการเคลื่อนไหวตั้งแต่เด็ก
  • การใช้ขนส่งสาธารณะ : ประชาชนส่วนมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงโตเกียว มักจะใช้การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินหรือรถเมล์ ซึ่งทำให้พวกเขาต้องเดินเท้าเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสายรถ การเดินไปสถานีต่างๆ ทำให้เหล่าพนักงานออฟฟิศต้องใช้เวลาเดินต่อวันมากถึง 1-2 ชั่วโมง เลยทีเดียว
  • ตั้งเป้าเดินวันละ 10,000 ก้าว : นี่ถือเป็นเป้าหมายที่คนญี่ปุ่นจำนวนมากยึดถือ ซึ่งงานวิจัยยืนยันว่าการกระทำแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคเบตาบอลิก

จะเป็นว่าจากบทความข้างต้น คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการขยับตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านกิจกรรต่างๆในชีวิตประจำวัน มากกว่าการเข้าฟิตเนสหรือเล่นกีฬาหนักๆ เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ง่ายๆ และทำได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

อ้างอิง : soha.vn

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...