โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รันทด! 2 ตาหลานพิการ โฉนดถูกฉกไปจำนำ หนี้ท่วม 5 แสนไม่รู้จะถูกไล่ที่เมื่อไหร่

เดลินิวส์

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 22.59 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 18.00 น. • เดลินิวส์
สุดชอกช้ำ! 2 ตาหลานพิการ ถูกแอบเอาโฉนด บ้านพร้อมที่ดิน ไปจำนำกู้นายทุนนอกระบบ หนี้ท่วม 5 แสน ผ่านมาแล้ว 4 ปีไม่รู้ชะตาชีวิต จะถูกไล่ที่เมื่อไหร่ ถึงกับเป็นซึมเศร้า ซ้ำชีวิตแร้นแค้นมีแค่เบี้ย

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านบ้านถนน หมู่ 4 ต.โคกเหล็ก อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ว่ามีสองตาหลานพิการ ซึ่งอยู่กันตามลำพัง กำลังจะกลายเป็นผู้ป่วยซึมเศร้าทั้ง 2 คน หลังทราบข่าวร้ายนายทุนจะมาไล่ที่

จากการตรวจสอบพบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียวเลขที่ 72 หมู่ 4 ต.โคกเหล็ก พบ นายทาปกรณ์ หรือนัฐ อายุ 34 ปี พิการขาทั้ง 2 ข้าง ต้องนั่งรถวีลแชร์ และมีหน้าที่เลี้ยงดู นายนวน อายุ 85 ปี ตาของตัวเอง ซึ่งป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไม่ยอมพูดกับใคร

นายทาปกรณ์ กล่าวว่า พ่อของตนเป็นชาวกัมพูชา แม่ตามไปอยู่กับพ่อตั้งแต่ตนยังเล็ก ส่วนตนพิการจากการตกต้นไม้เมื่ออายุได้ 13 ปี หรือประมาณ 21 ปีที่แล้วจนกระดูกสันหลังหัก หลังจากนั้นต้องใช้รถวีลแชร์มาโดยตลอด

ตนอาศัยอยู่กับตาและน้าชายคือลูกชายของตาอีก 2 คน รวม 4 คน เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว น้าชายคนหนึ่งไปทำงานต่างจังหวัด อีกคนไปทำงานต่างประเทศ แล้วหายไปทั้ง 2 คนไม่ติดต่อมาทางบ้านอีกเลย

จนกระทั่งตามาทราบว่าลูกชายตาแอบเอาโฉนดที่นา 10 ไร่ และบ้านที่ตากับตนอาศัยอยู่เนื้อที่อีกประมาณ 200 ตารางวา ไปกู้เงินนอกระบบกับนายทุน หลังจากที่ตาทราบเรื่องกลายเป็นคนซึมเศร้าไม่พูดกับใคร ตนต้องรับหน้าที่หุงข้าว ทำกับข้าวมาให้ตากิน รวมถึงทำความสะอาดภายในบ้าน

นายทาปกรณ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีเทศบาลโคกเหล็กมาดูแลเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับตนเป็นอย่างดี เงินที่ได้จากเบี้ยคนพิการ 800 บาท กับเบี้ยคนชราของตาอีก 800 บาท รวมเป็น 1,600 บาท สองคนตาหลานก็พออยู่ได้

แต่พอมารู้ว่าโฉนดที่ดินกับโฉนดบ้านที่อยู่อาศัย ไปอยู่กับนายทุน และเป็นเงินก้อนโตถึง 500,000 บาท ยังไม่รวมดอกเบี้ย ยอมรับว่าหนักหนาและไม่รู้ว่าน้าชายจะมีโอกาสเอามาใช้หนี้ได้หรือไม่ ที่สำคัญใกล้จะครบกำหนดที่นายทุนจะไล่ที่หรือยังตนก็ไม่รู้ และน่าเป็นห่วงว่าหากเกิดขึ้นจริงไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน

ขณะที่ นายจุม อายุ 77 ปี น้องชายของ นายนวน กล่าวว่า บ้านของตนอยู่ไม่ไกล จะมาช่วยเหลือบ้างแต่มาอยู่ประจำไม่ได้ ยอมรับว่าสงสารพี่ชายและหลานที่ต้องอยู่อย่างลำบากทั้งยังมีเรื่องมาบีบหัวใจอีกด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...