โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท. คาดเศรษฐกิจไทยทรุดลากยาว ฉุดจีดีพีปี 69 โตได้ แค่ 1.7%

Khaosod

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 12.08 น.

ธปท. คาดเศรษฐกิจไทย ชะลอลากยาว ฉุดจีดีพีปี 69 โตได้ แค่ 1.7%

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ผลการประชุม กนง. คณะกรรมการฯ มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี โดยมี 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งให้เหตุผลของการคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิมคือ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า และให้ความสำคัญกับจังหวะเวลา

รวมถึงประสิทธิผลในการดำเนินนโยบายการเงินภายใต้ขีดจำกัดที่มีอยู่ เพราะประเมินในระยะถัดไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง โดยมีความเสี่ยงในการส่งออกสินค้าจะได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ รวมถึงมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยภายในประเทศ ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยด้านอุปทาน ขณะที่สินเชื่อชะลอลง ส่วนหนึ่งจากความต้องการสินเชื่อที่ลดลงในบางกลุ่มและความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น

“จีดีพีครึ่งแรกของปี 2568 โตที่ 2.9% แต่หลังจากนี้ช่วงครึ่งหลังของที่เหลือเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงแน่นอน ผลจากสงครามการค้าโลกที่เริ่มชัดเจนขึ้น รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้คาดการณ์การโตของจีดีพีครึ่งปีหลังน้อยลง เพราะโมเมนตัมเทียบระหว่างไตรมาสต่อไตรมาสเทียบกันจะลดลงค่อนข้างแรง จากเดิมไตรมาส 1/2568 โต 0.6% ลงมาโตอยู่ที่ 0.1% ทำให้ทั้งปี 2568 โตที่ 2.3% ซึ่งการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลไปถึงปี 2569 ทำให้จีดีพีไทยปี 2569 โตเพียง 1.7% เท่านั้น แม้เศรษฐกิจในปี 2568 จะปรับคาดการณ์ขึ้นที่ 2.3% แต่ปีหน้าจะโตชะลอตัวลงค่อนข้างเยอะ” นายสักกะภพ กล่าว

นายสักกะภพ กล่าวว่า ประเมินภาพในอดีตทำให้มั่นใจว่าจีดีพีปี 2568 ไม่ต่ำกว่า 2% แน่นอน เพราะโมเมนตัมรายไตรมาส หากเศรษฐกิจจะโตต่ำกว่า 2% ได้ จีดีพีจะต้องติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นเพียง 4 ครั้ง ได้แก่ ต้มยำกุ้งปี 2540 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 วิกฤตความไม่สงบทางการเมืองไทยปี 2556 และการระบาดโควิด-19 ปี 2563 ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ที่มาเป็นผลจากต่างประเทศเข้ามาร่วมด้วย

แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นเครื่องชี้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แม้มองครึ่งหลังของปี 2568 ถึงปี 2569 แนวโน้มการเติบโตจะชะลอตัวลง จากการส่งออกสินค้าที่ลดลงเพราะผลกระทบภาษีสหรัฐ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยน้อยลง โดยเฉพาะจากจีน แต่หากดูตลาดระยะไกล นักท่องเที่ยวยุโรปยังเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น ทำให้ยังไม่ได้กระทบกับค่าใช้จ่ายรวมที่เป็นรายได้มากเท่าจำนวนหัวนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยทั้งปี 2568 คาดต่างชาติเที่ยวไทยลดลงเหลือ 35 ล้านคน ส่วนปี 2569 อยู่ที่ 38 ล้านคน

นายสักกะภพ กล่าวว่า ความกังวลเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในประเทศไทย จะมาจากต่างประเทศที่เกิดภาวะดังกล่าวขึ้นก่อน ซึ่งโอกาสในตอนนี้มีน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะต้องมีวิกฤตใหญ่เกิดขึ้นมา แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นภาพแนวโน้มดังกล่าว รวมถึงปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง ยังไม่ได้ถูกใส่รวมเข้าไป เพราะยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ

ขณะที่ได้รวมผลของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจก้อน 1.57 แสนล้านบาทเข้าไปประเมินในฐานจีดีพีแล้ว ทำให้การปรับลดดอกเบี้ย ถือเป็นกระสุนที่ไม่ได้มีลูกกระสุนเหลือเยอะ จึงต้องดูให้เหมาะสมตามสถานการณ์และช่วงเวลา ซึ่งในระยะข้างหน้า ต้องติดตามความเสี่ยงด้านสูงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานโลก ด้านสินเชื่อโดยรวมหดตัว จากสถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อโดยเฉพาะเอสเอ็มอีและครัวเรือนกลุ่มรายได้ต่ำ ประกอบกับความต้องการของธุรกิจที่ลดลงและการชำระคืนหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น

นายสักกะภพ กล่าวว่า สำหรับการเข้ามารับตำแหน่งของผู้ว่า ธปท.คนใหม่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่สอดคล้องกับนโยบายการคลังมากขึ้นหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าเรามีกลไกในแง่ของการทำงาน ไม่ว่าใครจะเข้ามาจากที่ใดเมื่อเข้ามาแล้วก็เป็นคนของ ธปท.เช่นกัน ซึ่งมีกรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงินต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท. คาดเศรษฐกิจไทยทรุดลากยาว ฉุดจีดีพีปี 69 โตได้ แค่ 1.7%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...