โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบ.ทก. ย้ำ ไทยยกระดับจำกัด เข้า-ออกด่าน แต่ยังยึดหลักมนุษยธรรมนำผู้ป่วยรักษา

The Reporters

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 10.28 น.

ศบ.ทก. ย้ำ ไทยยกระดับจำกัดเข้า-ออกด่าน แต่ยังยึดหลักมนุษยธรรมนำผู้ป่วยรักษา ขอ โซเชียลหยุดก้าวก่ายกิจการภายในซึ่งกันและกัน หวังลดอุณหภูมิตึงเครียด วอนกัมพูชาจริงใจแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างประเทศ

วันนี้ (25 มิ.ย. 68) พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)

นางมาระตี ระบุว่า ที่ประชุมติดตามผลการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเพื่อไม่ให้กระทบกับการใช้งานของจุดผ่านแดนที่จำเป็น ซึ่งการอำนวยความสะดวกการเข้าออกส่วนใหญ่เป็นไปตามปกติ เช่น อนุญาตให้ชาวกัมพูชากว่า 7,000 คนเดินทางกลับประเทศ ยกเว้นบางกรณีที่มีรถติดค้างอยู่บ้างซึ่งได้คลี่คลายไปแล้ว ส่วนการอำนวยความสะดวกทางมนุษยธรรมยังคงดำเนินการตามปกติ ที่ประชุมได้ย้ำว่าฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับหลักมนุษยธรรมในการพิจารณาและติดตามผลของการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ โดยไทยตระหนักและให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ฉันมิตรในระดับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังหารือถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของ ศบ.ทก. และกลไกที่เกี่ยวข้องยกระดับความเข้มข้นเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติซึ่ง รวมถึงการหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะการออกรายงาน scramer Center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมย้ำถึงมาตรการยกระดับต่อธุรกิจเครือข่ายอาชญากรรม ยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกประเทศด้วยความจริงใจ เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคาม

ที่ประชุมยังหารือถึงแนวทางการบริหารผลกระทบทางเศรษฐกิจในมาตรการต่าง ๆ เช่น มาตรการการระงับการนำเข้าน้ำมันของกัมพูชาต่อผู้ประกอบการไทยในกัมพูชาและผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจกับฝ่ายกัมพูชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันให้ข้อมูลชี้แจงข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงได้บริหารสถานการณ์ต่าง ๆ ต่อไป

ขณะเดียวกันยังขอความร่วมมือประชาชนชาวไทยไม่แสดงความเห็นที่อาจจะเป็นการยั่วยุหรือรุนแรงสุดโต่งเพื่อไม่ให้สร้างความตึงเครียดเพิ่มเติมและไม่เป็นช่องทางให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศสามารถโจมตีซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยต้องการเห็นการแสดงออกในโลกโซเชียลที่สร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของอีกฝ่าย เพื่อลดอุณหภูมิความตึงเครียด และส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการหาทางออกร่วมกันของทั้งสองฝ่าย เป้าหมายสำคัญของฝ่ายไทยยังคงต้องการกลับสู่โต๊ะการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการเขตแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ในโอกาสแรก

พลเรือตรีสุรสันต์ กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนโดยเฉพาะจุดผ่านแดนต่าง ๆ ได้ยกระดับมาตรการควบคุมการผ่านเข้าออกที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เป็นผลจากการตั้งใจของฝ่ายไทยในการปราบปรามขบวนการธุรกิจอาชญากรรมข้ามชาติ ตามแนวชายแดน ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเคยกล่าวถึงเจตจำนงในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติภายในกัมพูชา

ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาแสดงความจริงใจในการให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การดำเนินการของฝ่ายไทยในทุกมาตรการได้รับการพิจารณากลั่นกรองจากเวทีการประชุม ศบ.ทก ออกเป็นคำสั่งควบคุมจุดผ่านแดนต่าง ๆ และช่วยเหลือประชาชนทั้ง 2 ประเทศผ่านหลักมนุษยธรรม

มาตรการเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการไทย ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง การค้า และการขนส่งสินค้า รัฐบาลดำเนินการมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือเยียวยาไปบางส่วน และเร่งหารือในการกำหนดมาตรการเพิ่มเติม

กรมการค้าภายในประสานภาครัฐ เอกชน เข้ามาช่วยเหลือรับซื้อผลไม้ของเกษตรกรในพื้นที่ตะวันออกที่ได้รับผลกระทบจากการไม่สามารถส่งผลไม้ไปยังกัมพูชาได้ เบื้องต้นมีการแจ้งความประสงค์รับซื้อมาแล้วกว่า 20,000 กิโลกรัม และยังมีกลไกของพาณิชย์จังหวัดช่วยเชื่อมโยงผลผลิตจากทั่วประเทศมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคในหลายพื้นที่กว่า 75,000 กิโลกรัม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...