โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หนุ่มอังกฤษปลอมผลตรวจดีเอ็นเอ เบี้ยวจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกกว่า 4 ล้าน สุดท้ายโป๊ะแตก โดนรวบยกแก๊ง

Thaiger

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • Thaiger ข่าวไทย

หนุ่มอังกฤษแผนสูง ฮั้วกับพนักงานห้องแล็บ ปลอมผลตรวจดีเอ็นเอ หวังเบี้ยวจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกกับแฟนเก่า สุดท้ายถูกจับได้ โดนรวบยกแก๊ง

เรื่องราวสุดช็อกที่สร้างความเดือดดาลในสังคม เมื่อ เชลซี มิลเลอร์ หญิงสาวชาวอังกฤษวัย 31 ปี สามารถพิสูจน์ได้ว่าอดีตแฟนหนุ่มได้สมรู้ร่วมคิดกับพนักงานห้องแล็บ DNA เพื่อปลอมแปลงผลตรวจความเป็นพ่อ หวังเลี่ยงการจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกชายเป็นเงินกว่า 125,000 ดอลลาร์ (ราว 4.05 ล้านบาท)

เชลซีต้องเจอเรื่องเจ็บปวดตั้งแต่ต้นปี 2022 เมื่อคู่รักของเธอเลิกรากันไปเพียงสามวันหลังจากที่เธอคลอดลูกชาย “หลุยส์” แต่ที่หนักกว่านั้นคือ เชลดอน บี. อดีตแฟนหนุ่มของเธอกลับปฏิเสธความเป็นพ่อของลูก และเรียกร้องให้มีการตรวจ DNA เชลซีมั่นใจว่าเขาคือพ่อของลูกแน่นอน แต่ผลตรวจที่ออกมากลับเป็นลบ ทำให้เธอช็อกอย่างหนัก

แม้ผลตรวจ DNA แรกจะระบุว่าเชลดอนไม่ใช่พ่อ แต่เชลซีก็ไม่ยอมแพ้ เธอพยายามโน้มน้าว เคธี่ แม่ของอดีตแฟน ให้ยอมให้ตัวอย่าง DNA เพื่อนำไปตรวจกับห้องแล็บอีกแห่ง และผลก็ออกมาว่า หลุยส์เป็นหลานชายของเคธี่จริง ๆ ซึ่งยืนยันว่าเชลดอนคือพ่อของเด็กอย่างไม่ต้องสงสัย

ผลตรวจใหม่นี้ทำลายแผนการของเชลดอนอย่างสิ้นเชิง ทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจาก ยอมรับสารภาพว่าได้ปลอมแปลงผลตรวจความเป็นพ่อ เพื่อเลี่ยงการจ่ายค่าเลี้ยงดูลูก โดยเขาได้ขอให้ป้า ซึ่งรู้จักกับพนักงานในห้องแล็บ DNA ชื่อ โรเบิร์ต พี. ช่วยเหลือ

โรเบิร์ต พี. วัย 38 ปี ยอมรับสารภาพในภายหลังว่าได้ สลับตัวอย่าง DNA ของเชลดอนกับตัวของเขาเอง เพื่อบิดเบือนผลการทดสอบ แม้ไม่มีหลักฐานว่าเขาได้รับค่าตอบแทนจากการช่วยเหลือในครั้งนี้

ทั้งเชลดอนและโรเบิร์ตต่างสารภาพผิดในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกง และถูกศาลตัดสินจำคุกคนละ 50 สัปดาห์ และ 33 สัปดาห์ตามลำดับ ส่วนเชลซี เธอแสดงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อ “ความไม่เป็นมืออาชีพและการละเมิดความไว้วางใจ” ของพนักงานห้องแล็บ DNA ที่ช่วยเหลืออดีตแฟนของเธอ

เชลซี ได้บอกว่า “ระดับความไม่เป็นมืออาชีพและการละเมิดความไว้วางใจในกรณีนี้มันเกินกว่าจะยอมรับได้ ผู้ป่วยสมควรที่จะรู้สึกปลอดภัยและได้รับการเคารพเมื่อเข้ารับการดูแล โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้”

อ้างอิง : www.odditycentral.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...