โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทำอย่างไร ใจของเราจึงจะพ้นทุกข์ได้เสมอ | ปกรณ์ วิชยานนท์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 04.35 น.

บ่อยครั้งทำให้สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแทบทั่วโลก ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ในหลายรูปแบบแก่ทั้งผู้บริหารประเทศคู่ค้าและประชาชนทั่วไป

ดังนั้น เราจึงควรพิจารณาถึงต้นตอและวิวัฒนาการของ "ความทุกข์" ในมุมมองที่กว้าง ๆ ก่อนดีกว่า เพื่อจะได้สามารถทำใจให้พ้นทุกข์ได้เสมอ

‎‎ ใจของคนเราทั่ว ๆ ไปมักจะประสบความทุกข์ใหญ่ ๆ อยู่ 3 ประเภทได้แก่

(1) ไม่ทันต่อเวลา

(2) ไม่ได้สิ่งที่ต้องการหรืออยากได้

(3) สิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ตรงกับสิ่งที่เราเชื่อหรือยึดมั่นเอาไว้ก่อนหน้านั้น

ต้นตอความทุกข์ทั้ง 3 ประเภทนี้คือ "เวลา" เวลาคือสิ่งที่เดินหน้าต่อเนื่องไปอยู่เสมอ ดังนั้นจึงเป็น ตัวแปรที่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก่ทุก ๆ อย่างรอบตัวเราได้ กล่าวในอีกรูปแบบหนึ่งคือ การเคลื่อนไหวของเวลาสามารถสร้างความไม่แน่นอนขึ้นได้อยู่เสมอ

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่บุคคลใดที่ยังมีความอยาก ความยึดมั่น และความไม่ทันต่อเวลา มักจะประสบความทุกข์ได้ง่ายกว่าผู้อื่น เพราะ"เวลา" สามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนได้ตลอดเวลาและ/หรือไม่ตรงตามที่คาด

เมื่อเราเข้าใจถึงแกนหลักของความเป็นทุกข์แล้วว่าอยู่ที่ "เวลา" ซึ่งเดินไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดยั้ง และสามารถก่อความไม่แน่นอนได้ทุกเมื่อ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลสุดท้ายของ "เวลา" ที่เคลื่อนตัวอยู่เสมอนั้นอาจก่อให้เกิดความทุกข์(หรือความสุข)ได้

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราคาดหรือหวังอะไรไว้ก่อนหน้าหรือไม่ (หรือว่าไม่ได้คาด/หวังเอาไว้เลย)

เมื่อเราเห็นถึงวิวัฒนาการของความทุกข์แล้ว คงไม่ยากที่จะเข้าใจถึง 4 ช่องทางที่จะกล่าวต่อไปนี้ ซึ่งจะช่วยให้ใจของเราพ้นทุกข์ได้เสมอ

‎ ‎1. กำหนดจิตใจของเราให้ "ทันปัจจุบัน" อยู่ตลอดเวลา การกำหนดนี้จะช่วยสร้างนิสัยให้เรามีสติและรู้ตัวอยู่เสมอว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น

‎ 2. "คิดล่วงหน้า" หรือตามภาษาชาวบ้านที่ ร. 9 ท่านได้สอนเราไว้ว่า "คิดก่อนพูด คิดก่อนทำ" ช่องทางนี้มีจุดประสงค์ที่จะเพิ่มความรอบคอบให้แก่ตัวเราก่อนที่จะพูดหรือทำอะไรลงไป และไม่ควรนำไปตีความหมายอย่างผิดพลาดเช่น คิดเก็งกำไร หรือวางแผนทุจริตล่วงหน้า

3. "ลดความอยากและความยึดมั่น" ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความอยากและความยึดมั่น ที่กล่าวในที่นี้ครอบคลุมหลายแง่มุมมากเช่น ความอยากในทรัพย์สมบัติหรือในความสำเร็จของธุรกิจ ความยึดมั่นในความคิดเห็นที่ตนมีอยู่หรือในประสบการณ์ของตนหรือบุคคลที่ตนเคารพ

4. รู้จัก"ปรับตัวให้ยืดหยุ่นหรืออะลุ่มอล่วย" เพราะผู้คนในโลกส่วนใหญ่มีนิสัยใจคอและความชอบ/ไม่ชอบที่ไม่เหมือนกัน โดยแต่ละคนก็มีแนวโน้มที่จะเข้าข้างตัวเองมากกว่าผู้อื่น ดังนั้น ความยืดหยุ่นหรืออะลุ่มอล่วยจะช่วยให้การเข้าอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปได้ราบรื่นมากขึ้น

อีกเหตุผลหนึ่งของการปรับตัวเช่นนั้นคือ เนื่องจาก "เวลา" ที่เคลื่อนตัวอยู่เสมอนั้นอาจทำให้ปัจจัยรอบตัวเรา (และความสำคัญของปัจจัยเหล่านั้น) เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอเช่นกัน ดังนั้น เราจึงต้องรู้จักปรับตัวเราให้เข้ากับค่านิยมหรือ สิ่งใหม่ ๆ ได้มากที่สุด

‎‎ สี่กลยุทธ์ที่เสนอข้างต้นจะช่วยทำให้ผู้ปฏิบัติ (1) มีความรอบคอบและ (2) สามารถควบคุมตนเองได้อย่างเหมาะสมในทุกเวลาและสถานการณ์

ผลดีทั้ง 2 ประการนี้น่าจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติมีพฤติกรรมที่ดี พร้อม ๆ ไปกับสัมมาคารวะและกาลเทศะที่ถูกต้อง จึงจะสามารถต่อสู้กับความผันผวนในโลกนี้ได้ อย่างไร้ความทุกข์ในใจ

นอกจากนั้นยังจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติสามารถพัฒนามนุษยสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ตนเองด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้ปฏิบัติก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วในการประกอบวิชาชีพทุกสาขา เพราะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปแล้วว่า มนุษยสัมพันธ์ที่ดีนั้นเป็นคุณสมบัติที่สำคัญกว่าตัวแปรอื่น ๆ ทั้งปวงรวมถึงคุณวุฒิและปริญญาบัตรใด ๆ ทั้งสิ้น

‎‎ โดยสรุป เนื่องจาก "เวลา" เป็นสิ่งที่เดินหน้าไปอยู่เสมอ จึงก่อให้เกิดความไม่แน่นอนและ ความทุกข์ตามมาได้ ดังนั้น ถ้าเราต้องการจะต่อสู้กับความไม่แน่นอนและเลี่ยงความทุกข์เหล่านั้นได้สำเร็จ ก็ควรพิจารณาปฏิบัติตาม 4 ช่องทางที่เสนอข้างต้น

สี่ช่องทางนี้ตรงกับหลักการของศาสนาแทบทุกศาสนา ซึ่งสอนให้เราฝึกปฏิบัติธรรม (เช่น นั่งสมาธิ เดินจงกรม) เพื่อช่วยสร้างสติให้รู้ตัวอยู่เสมอ แล้วเราถึงจะสามารถปฏิบัติตามศีล (หรือคำสอนที่ควรทำ) ได้ทันต่อเวลาและได้อย่างรอบคอบ ซึ่งจะช่วยให้ใจของเราสามารถพ้นทุกข์ได้เสมอ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...