โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แมนยู ไร้แชมป์ สูญเสียรายได้เท่าไหร่..?

INN News

อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 13.35 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • INN News

ฤดูกาล 2024-2025 ของ ปีศาจเเดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พุ่งชนความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง รูเบน อโมริม กุนซือ “ปีศาจแดง”กล่าวในช่วงพิธีการหลังจบเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2024-25 ซึ่งถือเป็นฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุด ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสโมสร ที่นอกจากจะไม่ได้แชมป์อะไรเลย ยังจบด้วยการเป็นทีมอันดับที่ 15 พลาดทั้งแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีก อดไปเล่นแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า

เรียกได้ว่าตกต่ำมากที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก หากไม่นับที่ตกชั้นจากลีกสูงสุดเมื่อ 50 ปีก่อน ในฤดูกาล 1973-1974 อีกทั้งยังแล้ว ยังต้องสูญเสียรายได้มหาศาล ในสภาวะที่สโมสรกำลังประสบปัญหาด้านการเงิน และขาดทุนติดต่อกันมาถึง 5 ปี

การแพ้สเปอร์สในนัดชิงที่ “ซาน มาเมส” เมืองบิลเบา ประเทศสเปน ไม่ได้แค่ตอกย้ำผลงานในสนามที่ย่ำแย่ เเละยังส่งผลไปยังหุ้นของแมนฯยูไนเต็ด ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐทันที โดยในช่วงการเทรดหลังเวลาทำการ ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 6.12%

ข้อมูลจาก Finnomena ระบุว่า ผลประกอบการ แมนยูฯไนเต็ด ขาดทุนในช่วง 5 ปีหลังติดต่อกันรวมกว่า 372 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2020 รายได้ 509.04 ล้านดอลลาร์ ขาดทุน 23.23 ล้านดอลลาร์ , ปี 2021 รายได้ 494.12 ล้านดอลลาร์ ขาดทุน 92.22 ล้านดอลลาร์ , ปี 2022 รายได้ 583.20 ล้านดอลลาร์ ขาดทุน 115.51 ล้านดอลลาร์ , ปี 2023 รายได้ 648.40 ล้านดอลลาร์ ขาดทุน 28.68 ล้านดอลลาร์ เเละ ปี 2024 รายได้ 661.75 ล้านดอลลาร์ ขาดทุน 113.16 ล้านดอลลาร์

“คีแรน แม็กไกวร์” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอล บอกกับ BBC Sport ว่า ในแง่การเงินแล้ว นัดชิงยูโรป้าที่เพิ่งผ่านไปอาจเป็นแมตช์ที่สำคัญที่สุดแมตช์หนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร เพราะการได้เล่น แชมเปียนส์ลีก มีความสำคัญมาก อาจสร้างรายได้มากกว่า 100 ล้านปอนด์ ทั้งจากตั๋ว การถ่ายทอดสด และโบนัสจากสปอนเซอร์ แค่เล่นเกมเหย้าอย่างน้อย 4 เกม ก็อาจทำให้ปีศาจแดงมีเงินเพิ่มขึ้นอีก30-40ล้านปอนด์แล้ว นอกจากนี้ การซื้อตัวผู้เล่นแถวหน้าสู่โอลด์แทรฟฟอร์ดจะเป็นเรื่องง่ายกว่ามาก หากสโมสรได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ตระกูลเกลเซอร์ เข้ามาเทกโอเวอร์สโมสรตั้งแต่ปี 2005 หลังจากนั้น ยูไนเต็ดมีหนี้สินมากกว่า 1 พันล้านปอนด์ ซึ่งต้องเสียเงินหลายสิบล้านปอนด์ต่อปีในการชำระ และภาระดังกล่าวจะเพิ่มมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ทำให้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา “เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์” เจ้าของร่วมและมหาเศรษฐีปิโตรเคมี ถึงกับบอกว่า สโมสรอาจต้องล้มละลายภายในสิ้นปีนี้ หากไม่ดำเนินการใด ๆ อย่างจริงจัง เพราะภาระทางการเงินที่เกิดจากค่าเหนื่อยของผู้เล่นหลายคน ซึ่ง “ได้รับค่าเหนื่อยที่เกินจริงและไม่เก่งพอ”

แมนฯยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยสูงสุดของพรีเมียร์ลีก สโมสรมีค่าใช้จ่ายด้านนี้มากกว่า 1 พันล้านปอนด์ และข้อตกลงส่วนใหญ่ก็เป็นแบบเครดิต ดังนั้น ทีมจึงมีเงินที่ต้องผ่อนชำระมากกว่า 300 ล้านปอนด์

ด้วยเหตุนี้ สโมสรจึงจำเป็นต้องลดรายจ่ายลงด้วยการเลิกจ้างพนักงานหลายร้อยคน และเพิ่มราคาตั๋วเข้าชม แน่นอนว่าทำให้แฟน ๆ ไม่พอใจอย่างมาก ปีศาจแดงจึงต้องการเงินจากการเล่นแชมเปียนส์ลีก เพื่อชำระหนี้ที่กำลังมีอยู่

“ริโอ เฟอร์ดินานด์” อดีตกองหลังของยูไนเต็ด บอกว่าว่า ชัยชนะในนัดชิงยูโรป้าที่เพิ่งผ่านไปอาจจุดประกาย “ยุคใหม่” ให้กับสโมสร แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น

ในแง่การเงิน ถ้วยแชมป์ยูโรป้าจะช่วยชดเชยเงินจำนวน 14.5 ล้านปอนด์ ที่ใช้ไปกับการปลด “เอริก เทน ฮาก” อดีตผู้จัดการทีม และ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา

ส่วนในพรีเมียร์ลีก การจบแต่ละอันดับจะมีมูลค่าประมาณ 3 ล้านปอนด์ โดยแมนฯยูไนเต็ด ได้เงินน้อยกว่าที่ ผู้บริหารของสโมสรวางแผนไว้ถึง 30 ล้านปอนด์

ความเสียหายยังไม่หมดเพียงเท่านั้น การที่ แมนยูฯไนเต็ด พลาดตั๋วแชมเปียนส์ลีก 2 ฤดูกาลติดต่อ เท่ากับว่าสโมสรจะต้องจ่ายค่าปรับอีก 10 ล้านปอนด์ ให้กับอาดิดาส ผู้ที่เป็นสปอนเซอร์ชุดแข่งตามที่ได้ทำข้อตกลงกันไว้

สรุปคือ แมนยูฯไนเต็ด สูญเสียรายได้รวมแล้ว 80 ล้านปอนด์สำหรับฤดูกาลหน้า

• ค่าปรับจาก Adidas 10 ล้านปอนด์ ตามเงื่อนไขในสัญญา
• รายได้จากพรีเมียร์ลีกลดลง 20 ล้านปอนด์
• รายได้หายไป 30 ล้านปอนด์จากการไม่ได้เล่นฟุตบอลยุโรป
• รายได้จากวันแข่งขันลดลง 20 ล้านปอนด์ เนื่องจากมีเกมเหย้าน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ไซม่อน สโตน ผู้สื่อข่าวระดับหัวแถวของ BBC เปิดเผยว่า ทัวร์โพสต์ซีซั่นเอเชีย 2 นัดดังกล่าว มีผลในเรื่องการเงิน เพราะทีมปีศาจแดงเตรียมรับทรัพย์จากเกมดังกล่าวถึงราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 326 ล้านบาท

นี่คือวิกฤติที่เลวร้ายที่สุดของแมนฯ ยูไนเต็ด สโมสรที่เคยเป็นอันดับหนึ่งของอังกฤษทั้งเกมในสนามและเกมนอกสนาม มันอาจจะต้องใช้เวลาและความอดทนมากสักหน่อย ในการกลับมาความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...