โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“พาณิชย์” เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 16.57 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 01.43 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 26ก.ค.- “พาณิชย์” เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เดินหน้าระบายสินค้า–เปิดตลาดใหม่–อัดมาตรการเยียวยา หนุน “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย”

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมระดมมาตรการบรรเทาผลกระทบ ทั้งด้านการค้าชายแดน การระบายสินค้าเกษตร และการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมจัดหาสินค้าจำเป็นเข้าสู่พื้นที่อย่างทันท่วงที และกำชับให้ควบคุมดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้า หรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับการกักตุนหรือค้ากำไรเกินควร สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการค้าขายและรายได้ของเกษตรกรในหลายจังหวัด กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งดำเนินการเชิงรุกผ่านมาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ แก่ผู้ประกอบการในประเทศ

กระทรวงฯ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเชื่อมโยงการกระจายผลไม้และผักสดที่ตกค้างในพื้นที่ชายแดนไปยังตลาดใหม่ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานธงฟ้าราคาประหยัด กิจกรรม “Thai Fruits Festival” การจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้า สมาคมตลาดสด ตลาดกลางสินค้าเกษตร และช่องทางออนไลน์–ออฟไลน์อื่น ๆ ล่าสุดมีการจัดงานธงฟ้าที่เทศบาลเมืองอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และเตรียมจัดอีกครั้งที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยนำกระท้อนและแตงโมจากพื้นที่ชายแดนมาจำหน่ายโดยตรง ซึ่งเป็นการสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่และลดภาระของผู้บริโภคไปพร้อมกัน

“มาตรการทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย ‘ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย’ ที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ เพื่อส่งเสริมการบริโภคสินค้าของไทย สร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ผลิตในประเทศ ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” นายสุชาติกล่าว

และยังเดินหน้าส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยผ่านสถานีบริการน้ำมัน เช่น พีที พีทีทีสเตชั่น บางจาก และซัสโก้ รวมกว่า 1,000 สาขา และขยายความร่วมมือใหม่กับ “ตู้เต่าบิน”, สายการบินไทยแอร์เอเชีย และไปรษณีย์ไทย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและกระจายผลผลิตกว่า 10,000 ตันทั่วประเทศ

พร้อมให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมกับ EXIM Bank ออกมาตรการ “EXIM Export Booster” วงเงินรวมกว่า 10,000 ล้านบาท สนับสนุนผู้ส่งออกทั้งรายใหม่และลูกค้าเดิม ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมเสริมสภาพคล่องให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง โดยผู้ส่งออกรายใหม่: วงเงินกู้สูงสุด 200 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.99% และลูกค้าเดิม: เพิ่มวงเงินเสริมสภาพคล่อง ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% และยกเว้นค่าธรรมเนียม

กรมการค้าต่างประเทศจัดเก็บข้อมูลผลกระทบด้านการขนส่ง และจัดกิจกรรม “มหกรรมการค้าชายแดน” ที่จังหวัดหนองคาย เชียงใหม่ และสตูล เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการค้ากับกัมพูชา

ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชายแดน เช่น สระแก้ว จันทบุรี ตราด และจังหวัดใกล้เคียง จัดทำแคตตาล็อกสินค้าและผลักดันให้จำหน่ายผ่านห้างท้องถิ่น พร้อมประสานกับธนาคารออมสิน และ SME D Bank สำรวจความต้องการสินเชื่อ เพื่อจัดทำโครงการสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ -511 .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...