โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

“ปณท”ผนึก“จุฬาฯ”ส่งยารักษาสัตว์ อำนวยความสะดวกทาสรักหมา-แมว

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 08.50 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 01.46 น. • เดลินิวส์
จุฬาฯ – ไปรษณีย์ไทย เปิดมิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง “พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก” เพิ่มความสะดวกให้คนรักสัตว์ทั่วประเทศ

นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด(ปณท) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลสัตว์ กรุงเทพฯ เปิดแคมเปญ “พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก” ซึ่งเป็นบริการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เจาะกลุ่มผู้ใช้บริการที่เป็นคนรักสัตว์ที่มีแนวโน้มจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย โดยจะให้บริการผ่าน 2 ช่องทาง คือ บริการส่งยาถึงบ้านสำหรับผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาลสัตว์ กรุงเทพฯ และบริการส่งยาถึงบ้านสำหรับผู้ใช้บริการผ่านทางออนไลน์ (Televet) เพื่อลดระยะเวลารอคอยในการรอรับยา และลดความแออัดในโรงพยาบาลที่มีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางสำหรับผู้ใช้บริการที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล

“บริการนี้ได้ผสานจุดแข็งของไปรษณีย์ไทยที่มีบริการส่งด่วน อีเอ็มเอส การันตีมาตรฐานการจัดส่งภายใน 1-2 วันทำการ ส่งตรงถึงบ้านถึงบ้านด้วยบรรจุภัณฑ์ และวิธีการขนส่งที่เหมาะสมในการช่วยรักษาประสิทธิภาพของยาและเวชภัณฑ์ นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ยังมีเครือข่ายกว่า 50,000 จุด ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และบุรุษไปรษณีย์กว่า 25,000 คน ที่มีความชำชาญทุกเส้นทาง บริการจัดส่งในอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 120 บาทต่อครั้ง

นายดนันท์ กล่าวว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นโดยประชาชนส่วนใหญ่นิยมการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ซึ่งจากปี 67 ที่ผ่านมาตลาดสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะในกลุ่มบริการรักษาสัตว์มีมูลค่าตลาดสูงถึง 6.64 แสนล้านบาท สำหรับปี 68 นี้คาดการณ์ว่าจำนวนสัตว์เลี้ยงของไทยมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 6%

โดยคิดเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของประมาณ 5.38 ล้านตัว โดยสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ สุนัข และแมว ความร่วมมือกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดความเชี่ยวชาญของไปรษณีย์ไทยในด้านการขนส่งที่ออกแบบระบบขนส่งให้เหมาะสมกับสิ่งของทุกประเภท รวมทั้งการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ที่ได้เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 55 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย และโรงพยาบาล โดยมีการขนส่งไปแล้วกว่า 2.32 ล้านชิ้น

ศาสตราจารย์ สพ.ญ.ดร.สันนิภา สุรทัตต์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความต้องการและพฤติกรรมการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงในไทยและในภูมิภาคกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง และการเปลี่ยนแปลงนี้กำลังผลักดันให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม บริการที่เน้นสุขภาพ และโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ทั้งนี้ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จึงไม่ได้มองเพียงการเป็น ‘ผู้รักษา’ แต่พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น ‘ผู้สร้างระบบสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่ดีแห่งอนาคต’ ที่มีองค์ประกอบครบทั้งการวิจัย บริการ และการเข้าถึง ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยครั้งนี้ ถือเป็นโมเดลต้นแบบที่สามารถต่อยอดไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ ได้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนสุขภาพสัตว์เลี้ยงไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และตอบสนองความคาดหวังของเจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ที่มองว่าสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัวอย่างแท้จริง

“ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว คณะฯ เห็นโอกาสที่สำคัญในการใช้ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ และความเชี่ยวชาญของคณะฯ มาเสริมความเชื่อมั่นกับเจ้าของและตลาดสัตว์เลี้ยง โดยปัจจุบันมีทรัพยากรที่เพียบพร้อมทั้งโรงพยาบาลสัตว์ กรุงเทพฯ ที่ให้บริการทางคลินิกที่ครอบคลุมและเฉพาะทางสำหรับสัตว์เลี้ยงหลากหลายชนิดการดูแลฉุกเฉิน การวินิจฉัยขั้นสูง (CT-Scan, MRI) และคลินิกเฉพาะทาง โดยยังได้รับการยอมรับในฐานะโรงเรียนสัตวแพทย์แห่งแรกและเป็นผู้นำในประเทศไทย และได้รับการยกย่องในระดับโลก ซึ่งสิ่งนี้ตอกย้ำความน่าเชื่อถือทางระบบการรักษาให้กับผู้ใช้บริการทั่วประเทศ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...