โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ครม. ไฟเขียวขยาย "คุณสู้ เราช่วย" ปลดล็อกหนี้กว่า 2 ล้านบัญชี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 03.52 น.

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (1 ก.ค.) ว่าครม. มีมติอนุมัติ ขยายคุณสมบัติและเพิ่มมาตรการในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ให้ครอบคลุมและหลากหลายมากขึ้น ตั้งเป้าลดภาระหนี้ให้กับประชาชนเพิ่มเติมกว่า 1.8 ล้านราย หรือ 2 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดสินเชื่อคงค้างรวม 310,000 ล้านบาท โดยจะขยายระยะเวลารับสมัครเข้าร่วมโครงการไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2568

หลังจากที่การดำเนินโครงการในระยะแรกได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยมีผู้แสดงความประสงค์เข้าร่วมแล้วกว่า 1.4 ล้านราย (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 68)

การขยายโครงการครั้งนี้จะช่วยให้ลูกหนี้ทุกกลุ่มเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น ด้วยมาตรการที่ปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล ดังนี้

1. ขยายคุณสมบัติมาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์”

มาตรการนี้ขยายให้ครอบคลุมถึงลูกหนี้ที่ค้างชำระมากกว่า 365 วัน และลูกหนี้ที่ค้างชำระตั้งแต่ 1-30 วัน ซึ่งเคยมีการปรับโครงสร้างหนี้มาแล้ว โดยยังคงประเภทลูกหนี้และวิธีการช่วยเหลือเหมือนเดิม

ประเภทลูกหนี้ ได้แก่ สินเชื่อบ้านและ/หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (Home for Cash) วงเงินรวมต่อสถาบันการเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท

สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และ/หรือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ (Car for Cash) วงเงินรวมต่อสถาบันการเงินไม่เกิน 800,000 บาท และสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และ/หรือ Car for cash วงเงินรวมต่อสถาบันการเงิน 50,000 บาท

สินเชื่อธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ SMEs (บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) วงเงินรวมต่อสถาบันการเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท

วิธีการช่วยเหลือ ลดการผ่อนชำระค่างวดในช่วง 3 ปี โดยในปีแรกชำระ 50% ของค่างวดเดิม, ปีที่ 2 ชำระ 70% และปีที่ 3 ชำระ 90% พร้อม ยกเว้นดอกเบี้ย หากลูกหนี้ปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ครบ 3 ปี

2. ขยายยอดคงค้างหนี้และประเภทหนี้ตามมาตรการ “จ่าย ปิด จบ”

มาตรการนี้ขยายให้ครอบคลุมภาระหนี้ สำหรับสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) ยอดหนี้คงค้าง 10,000 บาท และสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Secured Loan) ยอดหนี้คงค้าง 30,000 บาท

โดยวิธีการช่วยเหลือยังคงเดิม คือ ลูกหนี้จ่ายเพียง 10% ของยอดหนี้เพื่อปิดบัญชีได้ทันที

3. เพิ่มมาตรการใหม่ “จ่าย ตัด ต้น”

มาตรการใหม่นี้ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ NPLs (Non-Performing Loans) ที่มีสินเชื่อไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) และมียอดหนี้คงค้างไม่เกิน 50,000 บาทต่อบัญชี

โดยจะมีการปรับโครงสร้างหนี้ ลูกหนี้จะได้รับเงื่อนไขการผ่อนชำระคืนเป็นงวด (Term Loan) โดยกำหนดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำที่ 2% ของยอดคงค้าง เป็นระยะเวลา 3 ปี และยกเว้นดอกเบี้ย ให้ทันทีหากลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ครบ 3 ปี

การดำเนินโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" ระยะที่ 2 ในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยบรรเทาภาระหนี้สินให้กับประชาชนอีกกว่า 1.8 ล้านราย หรือ 2 ล้านบัญชี ยอดสินเชื่อคงค้างรวม 310,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นอกเหนือจากโครงการหลัก กระทรวงการคลังยังได้มอบหมายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง อาทิ มาตรการแก้หนี้รหัส 21 สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และมาตรการสำหรับลูกหนี้ตามโครงการสินเชื่อของรัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นหนี้เสียและช่วยให้หลุดพ้นจากประวัติหนี้เสียได้เร็วขึ้น โดยคาดว่าจะช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้ได้อีกประมาณ 530,660 บัญชี คิดเป็นภาระหนี้ราว 9,407 ล้านบาท

นายพรชัย กล่าวว่า การขยายมาตรการยังคงยึดหลักการสำคัญคือ ทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ปัญหา เน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่มีศักยภาพให้ฟื้นตัวได้ และมีแนวทางป้องกันการจงใจไม่ชำระหนี้ (Moral Hazard) ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...