โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ภาพยนตร์นาคปรก เมื่อผ้าเหลืองถูกใช้เป็นเครื่องมือสะท้อนด้านมืดของมนุษย์

SpringNews

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 08.36 น.

ในช่วงเวลาที่เข็มนาฬิกาเดินอยู่ ณ ปี 2025 ความ "คาว-ฉาว" ของวงการพุทธศาสนาร้อนแรงอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงในตอนนี้ .
และหากจะพูดถึงวงการภาพยนตร์ไทย ที่เคยพูดถึงประเด็น การตั้งคำถามต่อ วงการพระสงฆ์ - ตั้งคำถามต่อ "ยูนิฟอร์ม" และการตั้งคำถามต่อ "ความดีงาม-จริงลวง" ได้ดีที่สุด เรื่องหนึ่งของไทย คือ ภาพยนตร์เรื่อง "นาคปรก" ที่ฉายเมื่อปี 2010
ในช่วงเวลานั้น ที่ ภาพยนตร์นาคปรก สร้างปรากฏการณ์วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมไทย ด้วยการนำเสนอเรื่องราวที่ท้าทายศรัทธาและตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาต่อสถาบันศาสนา ผ่านชะตากรรมของสามโจรที่หนีการจับกุมและใช้ผ้าเหลืองเป็นเครื่องกำบัง และกว่าที่หนังจะได้ฉายในตอนนั้น ตัวหนังเองก็ต้อง ถูก "ดอง" เป็นเวลา 3 ปี
"นาคปรก" เล่าเรื่องราวของตัวละคร สิงห์ (เรย์ แมคโดนัลด์), ป่าน (สมชาย เข็มกลัด) และ ปอ (ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) สามโจรที่ปล้นเงินและนำไปซ่อนไว้ในวัดร้าง แต่เมื่อพวกเขากลับมาอีกครั้ง ที่ซ่อนเงินกลับถูกสร้างโบสถ์ทับไปแล้ว เพื่อเอาเงินคืน ทั้งสามจึงตัดสินใจปลอมตัวเข้ามาบวชเป็นพระในวัดแห่งนั้น เรื่องราวทวีความซับซ้อนขึ้นเมื่อพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ขณะที่จิตใจยังคงเร่าร้อนด้วยความโลภและแผนการชั่วร้าย แต่ในขณะเดียวกัน การได้สัมผัสกับหลักธรรมคำสอนและศรัทธาของผู้คนในวัด ก็เริ่มสั่นคลอนมโนธรรมในใจของพวกเขา

แก่นสำคัญของภาพยนตร์คือการตั้งคำถามว่า "ศาสนาสามารถชำระล้างคนบาปให้กลับกลายเป็นคนดีได้จริงหรือ ?" และ "แก่นแท้ของศรัทธาที่แท้จริง ?" ผ่านการกระทำและพัฒนาการของตัวละครที่ล้วนแต่เป็นสีเทา ไม่มีใครดีสุดขั้วหรือเลวสุดโต่ง

.

ภาพยนตร์นาคปรก "เดินแรง" ประเด็นอะไรบ้าง

1. การท้าทายสถาบันศาสนา

"นาคปรก" กล้าที่จะนำเสนอภาพของ "พระปลอม" ที่ประพฤติผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นในภาพยนตร์ไทย และจุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างหนักว่าเป็นการทำลายหรือสะท้อนความจริงของสังคมกันแน่ ฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นการป้ายสีวงการสงฆ์ แต่อีกฝ่ายกลับมองว่านี่คือการชี้ให้เห็นว่าศาสนาไม่ได้อยู่ที่ผ้าเหลือง แต่อยู่ที่การปฏิบัติของปัจเจกบุคคล

2. ศรัทธา ปาฏิหาริย์ และการไถ่บาป

ภาพยนตร์นาคปรก ไม่ได้ให้คำตอบสำเร็จรูปว่าศรัทธาคืออะไร แต่ปล่อยให้ผู้ชมขบคิดผ่านสถานการณ์ต่างๆ "ปาฏิหาริย์" ที่เกิดขึ้นในเรื่องไม่ได้มาจากอำนาจเหนือธรรมชาติ แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในจิตใจของมนุษย์ที่เลือกจะทำความดี แม้จะเริ่มต้นมาจากเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ก็ตาม

3. การแสดงที่ยอดเยี่ยม

หนึ่งในจุดแข็งของ "นาคปรก" คือการแสดงที่เฉียบขาดของทีมนักแสดง โดยเฉพาะ สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ ในบท "หลวงตาชื่น" ที่สามารถคว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากหลายสถาบัน และ อินทิรา เจริญปุระ ที่ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (จากบทหญิงค้าบริการทางเพศ) เช่นกัน การแสดงของพวกเขาช่วยยกระดับความเข้มข้นและความน่าเชื่อถือของเรื่องราวได้เป็นอย่างดี

4. ตอนจบที่พลิกผันและตีความได้หลากหลาย

ตอนจบของภาพยนตร์สร้างความตกตะลึงและเปิดให้ผู้ชมตีความไปต่างๆ นานา การกระทำของหลวงตาชื่นในท้ายที่สุดได้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ว่า แท้จริงแล้วกิเลสและความโลภนั้นสามารถครอบงำได้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่อยู่ในสถานะที่น่าเคารพศรัทธา

"นาคปรก" ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่ให้ความบันเทิง แต่เป็นภาพยนตร์ที่กระตุ้นให้เกิดการครุ่นคิด ตั้งคำถามต่อประเด็นที่ละเอียดอ่อนในสังคมไทย เรื่องพระเรื่องเจ้า แม้จะเต็มไปด้วยฉากรุนแรงและเนื้อหาที่ล่อแหลม หมิ่นเหม่ แต่สาระสำคัญที่หนังต้องการจะสื่อคือการต่อสู้กันระหว่างด้านสว่างและด้านมืดในจิตใจของมนุษย์

โดยมี "ศาสนา" เป็นเพียงฉากหลังที่สะท้อนให้เห็นว่า สุดท้ายแล้ว "คนจะดีหรือชั่วไม่ได้อยู่ที่เครื่องแบบ แต่อยู่ที่การกระทำและจิตสำนึกของตนเอง" นับเป็นภาพยนตร์ไทยอีกหนึ่งเรื่องที่ควรค่าแก่การดูและวิเคราะห์ในมิติที่ลึกซึ้งต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...