เศรษฐกิจ 'อินเดีย' โตแรงหนุนเที่ยวไทย ลุยโปรโมตจุดขาย 'เทศกาลดิวาลี'
นักท่องเที่ยวอินเดียนับเป็นหนึ่งในตลาดความหวังของภาคการท่องเที่ยวไทย กระแสการเดินทางดีต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจอินเดียเติบโตร้อนแรง เมื่อปี 2567 ขยายตัว 6.5% ขณะที่ไตรมาสแรกปี 2568 ขยายตัวถึง 7.4% ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้า องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งคาดการณ์ว่าอินเดียจะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกภายในปี 2573 รองจากสหรัฐ และจีนเท่านั้น หลังจากในปี 2568 มีการประเมินว่าเศรษฐกิจอินเดียจะมีมูลค่าแซงญี่ปุ่นเป็นอันดับ 4 ของโลกได้สำเร็จ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค. - มิ.ย.) ของปี 2568 ระบุว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียสะสม 1,183,899 คน มากเป็นอันดับ 3 รองจากมาเลเซียและจีนตามลำดับ ทั้งนี้ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียมีอัตราการเติบโตดี เพิ่มขึ้น 13.82% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ท่ามกลางการลดลงของนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ (Short-haul) อื่นๆ อาทิ จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าตลอดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยประมาณ 2.5 ล้านคน
คาด “อินเดียเที่ยวไทย” 2.4 ล้านคน
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สมาคมฯ ประเมินว่าช่วงครึ่งปีหลังจะมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่าครึ่งปีแรก ทำให้ตลอดปีนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียราว 2.4 ล้านคน โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) เคยสำรวจค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเมื่อปี 2567 เปรียบเทียบระหว่างตลาดจีนกับอินเดีย พบว่านักท่องเที่ยวอินเดียนิยมจ่ายค่าชอปปิงมากกว่าจีน แต่จ่ายค่าโรงแรมที่พักน้อยกว่า และเมื่อดูภาพรวมการใช้จ่ายแล้ว นักท่องเที่ยวอินเดียใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวจีน
“นักท่องเที่ยวอินเดียเป็นตลาดสำคัญมากของประเทศไทย ด้วยภาพรวมดีมานด์ต่างชาติเที่ยวไทยชะลอตัว เมื่อคว้าตลาดไหนไว้ได้ ต้องคว้าไว้ให้หมด”
หลังจากครึ่งปีแรกเห็นเทรนด์การเติบโตของนักท่องเที่ยวอินเดียเกือบ 14% มองว่าน่าจะสร้างแรงส่งดีต่อเนื่องถึงปี 2569 โดยในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้มีเทศกาลดิวาลี ซึ่งเป็นวันหยุดยาวของชาวอินเดีย หากประเทศไทยสามารถจัดงานประสบความสำเร็จ จะเป็นภาพที่ดีมากว่าประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวอินเดีย และโอบรับวัฒนธรรมอันหลากหลาย นักท่องเที่ยวอินเดียสามารถเพลิดเพลินไปกับเทศกาลดิวาลีนอกบ้านเกิดได้ด้วย
“ต้องค่อยๆ ยกระดับการจัดงานเทศกาลดิวาลีให้ยิ่งใหญ่ขึ้น จากที่ไอคอนสยามจัดงานต่อเนื่องหลายปี แต่ในปีนี้ทราบมาว่า ททท.จะจัดที่ท้องสนามหลวงด้วย ซึ่งนักธุรกิจอินเดียเขายินดีสนับสนุนการจัดงานอย่างมาก ถ้าประเทศไทยจัดต่อเนื่องทุกปี ก็จะทำให้งานเทศกาลดิวาลีในประเทศไทยเป็นกระแสในระยะยาว”
ฉลอง “เทศกาลดิวาลี” ยิ่งใหญ่ 20 ต.ค.68
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มีแนวคิดจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลีอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ ภายใต้ชื่อ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ ดิวาลี เฟสติวัล 2025” (Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025) ในวันที่ 20 ต.ค.68 สถานที่หลักคือกรุงเทพฯ ตั้งเป้าหมายกระตุ้นนักท่องเที่ยวอินเดียให้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ขยายช่องทางประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านการจัดอีเวนต์ระดับโลก เสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย และพันธมิตรให้เป็นเดสติเนชันที่ส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมขอความร่วมมือสายการบินพันธมิตรร่วมประชาสัมพันธ์การจัดงานนี้
จัดเต็มขบวนแห่เทพฮินดู-บอลลีวูด
รูปแบบการจัดงานอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ ดิวาลี เฟสติวัล 2025 จะมีขบวนแห่พระแม่ลักษมี ขบวนแห่พระพิฆเนศ และขบวนแห่สไตล์บอลลีวูด (Bollywood) รวมถึงการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-อินเดีย การแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียงจากไทย และอินเดีย เช่น Milli และ Hanumankind การออกร้านค้า และกิจกรรมสาธิตวัฒนธรรมไทย-อินเดีย การตกแต่ง และประดับไฟ และจุดถ่ายภาพเพื่อสร้างบรรยากาศความคึกคักตลอดการจัดงาน
“งานเทศกาลดิวาลีของชาวอินเดีย ในประเทศไทยปีนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ วันที่ 20 ต.ค.68 ไฮไลต์คือ ขบวนแห่ต่างๆ ที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและชาวอินเดียมาร่วมเฉลิมฉลองกัน นอกจากกรุงเทพฯ แล้วยังมีแนวคิดจัดงานเทศกาลดิวาลีในเชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานีด้วย หลังมีเที่ยวบินตรงจากอินเดียเข้าไปในพื้นที่เหล่านี้มากขึ้น”
“ไทยไลอ้อนแอร์” บินตรงสู่ 7 เมือง “อินเดีย”
นางนันทพร โกมลสิทธิ์เวช ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนยังเห็นเทรนด์ฟื้นตัวไม่ได้ดีมากเหมือนตลาดอื่นๆ ทำให้ธุรกิจสายการบินต้องยอมรับความจริงข้อนี้ เมื่อดีมานด์นักท่องเที่ยวจีนลดลงตั้งแต่ต้นปีหลังเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการเดินทาง ทั้งปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ และแผ่นดินไหวที่ค่อนข้างเซนสิทีฟ ไทยไลอ้อนแอร์ต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับดีมานด์ เปิดเส้นทางบินใหม่เจาะตลาดอื่นๆ ที่เห็นไดนามิกชัดเจน ทั้งตลาดในประเทศ เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-นครพนม และ พัทยา-อุดรธานี รวมถึงเส้นทางระหว่างประเทศ ที่เพิ่งเปิดมีเส้นทาง กรุงเทพฯ-สุราบายา อินโดนีเซีย ก่อนหน้านี้มีเปิดบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่บาหลี อินโดนีเซีย, นาโกย่า ญี่ปุ่น และไทเป ไต้หวัน ขณะที่อินเดียตอนนี้ให้บริการเส้นทางบินตรงสู่ 7 เมืองแล้ว ถือว่าค่อนข้างมากทีเดียว
“เวียตเจ็ทไทยแลนด์” เปิดเส้นทาง ภูเก็ต-มุมไบ
นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดตัวเส้นทางบินตรง ภูเก็ต - มุมไบ เป็นครั้งแรก เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของไทยกับศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของอินเดีย โดยเตรียมให้บริการด้วยความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.68 เป็นต้นไป
“เส้นทางบินตรง ภูเก็ต - มุมไบ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับอินเดีย หนึ่งในประเทศที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ”
“ไทยแอร์เอเชีย” แชมป์บินตรง ไทย-อินเดีย สูงสุด
ก่อนหน้านี้ นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีที่ไทยแอร์เอเชียบุกตลาดอินเดียอย่างเต็มที่ ด้วยเห็นศักยภาพของตลาดอินเดียขยายตัวต่อเนื่อง ไม่เฉพาะเส้นทางบินตรงสู่กรุงเทพฯ เท่านั้น แต่รวมถึงภูเก็ตซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับแรกๆ ของชาวอินเดียด้วย โดยปัจจุบันไทยแอร์เอเชียบินตรงจากไทยสู่อินเดียมากที่สุด 13 เมือง 16 เส้นทางบิน ได้แก่ บินตรงจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) สู่ โกลกาตา เชนไน ชัยปุระ โกชิ บังกาลอร์ คยา ลัคเนา อัห์มดาบาด กูวาฮาติ วิศาขาปัตตนัม ติรุจิรัปปัลลิ ไฮเดอราบัด เดลี และเส้นทางบินตรงจากภูเก็ต สู่ เชนไน โกลกาตา และเส้นทางล่าสุด โกชิ
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์