โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ข้าวยากหมากแพง' สะเทือน 'ญี่ปุ่น' เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 22.32 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 07.00 น.

ราคาข้าวในญี่ปุ่นเดือนพ.ค. ปรับตัวแพงขึ้นมากกว่าเท่าตัวแตะระดับ 101.7% เมื่อเทียบเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว สูงกว่าในเดือนเม.ย. ที่เพิ่มขึ้น 98.4% และยังนับเป็นการเพิ่มขึ้นที่มากที่สุดในรอบกว่า 50 ปี ท่ามกลางดัชนีเงินเฟ้อเดือนเดียวกันที่พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 ส่งสัญญาณงานยากสำหรับรัฐบาลญี่ปุ่นที่กำลังจะมีการเลือกตั้งวุฒิสภาในเดือนก.ค. นี้
ราคาข้าวญี่ปุ่นซึ่งเป็นอาหารหลักของชาติและยังเป็นสินค้าอ่อนไหวทางการเมือง กลายเป็นปัญหาสำคัญที่ถูกจับจ้องมาพักใหญ่แล้ว รัฐบาลต้องระบายข้าวในคลังสำรองยุทธศาสตร์ออกมาบรรเทาปัญหาราคาแพง

ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานในเดือนพ.ค. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.7% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.6% และสูงกว่าเดือนเม.ย. ที่เพิ่มขึ้น 3.5% ในขณะที่ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไปขยายตัวขึ้น 3.5% และนับเป็นเดือนที่ 38 ติดต่อกันแล้วที่เงินเฟ้อญี่ปุ่นสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ)

มาร์เซลลา โชว์ นักกลยุทธ์การตลาดโลกของ JP Morgan Asset Management ระบุว่าราคาข้าวคิดเป็นสัดส่วนถึงประมาณ 50% ของดัชนีเงินเฟ้อญี่ปุ่น และแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคตก็ขึ้นอยู่กับราคาอาหารเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข้าว มาตรการล่าสุดของรัฐบาลที่มุ่งลดราคาข้าว อาจกระตุ้นการใช้จ่ายของครัวเรือนในเศรษฐกิจจริงได้ หากการลดราคานั้นขยายไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่มีส่วนผสมของข้าว และส่งผลให้ราคาตามร้านอาหารลดลง

ทางด้านเคอิ โอคามุระ ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Neuberger Berman กล่าวว่า ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดไม่ใช่เรื่องที่คาดไม่ถึงเมื่อพิจารณาจากราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คาดว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แรงกดดันด้านราคาจากสินค้าในกลุ่มอาหารน่าจะลดลง

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ที่ประชุมบีโอเจมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.5% โดยบีโอเจระบุว่าการส่งต่อของการปรับขึ้นค่าจ้างที่กระทบต่อราคาขายยังคงดำเนินต่อไป และทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม คาซึโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการบีโอเจกล่าวกับรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า บีโอเจจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป "เมื่อเรามีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะเข้าใกล้ระดับ 2% หรืออยู่ในระดับนั้น" ซึ่งบีโอเจคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะลดลงในอนาคต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ท่ามกลางจีดีพีประเทศที่หดตัวลง 0.2% ในไตรมาสแรก

ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดนี้ออกมาในขณะที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ และพรรคฝ่ายค้านกำลังถกเถียงกันถึงวิธีบรรเทาทุกข์จากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้พรรครัฐบาลแพ้เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอย่างเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009

ทาโร ไซโตะ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจของสถาบัน NLI Research Institute กล่าวว่า “เงินเฟ้อของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงจากต้นทุนราคาอาหาร ราคาข้าวที่พุ่งสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลในวันนี้ทำให้แทบไม่มีข้อกังขาเลยว่าเงินเฟ้อจะเป็นวาระสำคัญสำหรับการเลือกตั้งในเดือนหน้า”

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นกำลังจะมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในวันที่ 20 ก.ค. ซึ่งอิชิบะจึงให้คำมั่นว่าจะแจกเงินสดให้กับครัวเรือน ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้ญี่ปุ่นลดภาษีขายเป็นครั้งแรก เพื่อระงับความไม่พอใจของประชาชนจากราคาข้าวที่พุ่งสูงขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะได้ใช้มาตรการต่างๆ มากมายเพื่อลดราคาข้าวไปแล้ว ซึ่งช่วยพยุงความนิยมของรัฐบาลจากจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์มาได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...