โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หวาดเสียว! บอลความเร็วสูงอัดเต็มหน้านักเบสบอล เลือดอาบหามออกจากสนาม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 09.45 น.
(AP Photo/Jason Behnken)

หวาดเสียว! บอลความเร็วสูงอัดเต็มหน้านักเบสบอล เลือดอาบหามออกจากสนาม

เกิดเหตุการณ์ระทึกระหว่างการแข่งขันเมเจอร์ลีก เบสบอล ของสหรัฐอเมริกา คู่ระหว่างแทมปาเบย์ เรย์ส และบัลติมอร์ โอริโอลส์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน เมื่อฮันเตอร์ บิ๊กก์ ผู้เล่นเรย์ส โดนลูกบอลที่แอดลีย์ รัตช์แมน ผู้เล่นโอลิโอลส์ หวดฟาวล์เข้าเต็มใบหน้าด้วยความเร็ว 105 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 169 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ขณะยืนอยู่ตรงเขตม้านั่งสำรอง จนเลือดอาบ

บิ๊กก์ซึ่งเป็นพิตเชอร์สำรองของเรย์สมีปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อจึงไม่ได้ลงเล่นในเกมดังกล่าว แต่ก็มาร่วมทีมเป็นกำลังใจให้เพื่อนด้วย โดยหลังจากโดนบอลเข้าเต็มหน้าในอินนิ่งที่ 7 ของการแข่งขัน เขาก็ล้มฟุบไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่แพทย์จะรีบเข้าไปดูอาการ ใส่อุปกรณ์ประคองคอและนำขึ้นรถเปลออกจากสนามไปโรงพยาบาลทันที ซึ่งตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บิ๊กก์ยังมีสติ สามาารถชูมือขึ้นเพื่อบอกแฟนๆ และเพื่อนร่วมทีมรวมถึงฝ่ายตรงข้ามว่าตัวเองไม่เป็นไร

การแข่งขันหยุดไปประมาณ 10 นาที จึงกลับมาแข่งต่อได้ ซึ่งเควิน แคช ผู้จัดการทีมเรย์ส กล่าวภายหลังการแข่งขันว่า บิ๊กก์มีสติ พูดคุยได้ปกติระหว่างรับการรักษา นับเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นตระหนก และเห็นใจภรรยาของบิ๊กก์ เพราะไม่รู้ว่าทั้งคู่จะรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

ด้านรัตช์แมนซึ่งเป็นคนหวดลูกดังกล่าว กล่าวว่า นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวมากๆ ตัวเองไม่เคยเจอกับอะไรแบบนี้มาก่อน และย่อมไม่อยากให้เกิด ได้แต่หวังให้เขาไม่เป็นอะไรมาก และหายเป็นปกติโดยเร็ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หวาดเสียว! บอลความเร็วสูงอัดเต็มหน้านักเบสบอล เลือดอาบหามออกจากสนาม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...