โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทย-เวียดนาม หนุนจัดตั้ง “สมาพันธ์ทุเรียนอาเซียน” ผู้แทนการค้าไทย ชัย วัชรงค์ หารือภาคเกษตรเวียดนาม

VoiceTV

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 16.50 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 11.38 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เวลา 16.15 น. ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายชัย วัชรงค์ ผู้แทนการค้าไทย พร้อมด้วยนางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย และคณะ ร่วมหารือกับผู้นำภาคเกษตรของเวียดนาม 3 ราย ได้แก่ สมาคมผักและผลไม้เวียดนาม (Vietnam Fruit and Vegetables Association: VINAFRUIT) สมาคมทุเรียนจังหวัดดั๊กลัก (Dak Lak Durian Association) และผู้แทนจังหวัดดั๊กลัก ผ่านรูปแบบ hybrid ทั้งการพบปะโดยตรงและการประชุมออนไลน์ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ผู้แทนการค้าไทยกล่าวถึงการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเกษตรระหว่างไทย–เวียดนาม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมทุเรียนซึ่งถือเป็นผลไม้ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่องว่า ทุเรียนถือเป็น “สินค้าเกษตรมหัศจรรย์” ที่กำลังกลายเป็นผลไม้อันดับหนึ่งของอาเซียน โดยเฉพาะในตลาดจีน และหากรวมตลาดอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป คาดการณ์ว่าตลาดส่งออกทุเรียนจะขยายตัวได้สูงถึง 20 ล้านตัน สร้างมูลค่าเพิ่มได้กว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้วยเหตุนี้ ผู้แทนการค้าไทยจึงเสนอแนวคิดการจัดตั้ง “สมาพันธ์ทุเรียนอาเซียน” ซึ่งจะเป็นการจับมือร่วมกันระหว่างไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ที่ล้วนเป็นผู้ผลิตหลักที่ครองตลาดทุเรียนมากกว่า 90% ของอาเซียน โดยสมาพันธ์ฯ จะทำหน้าที่ใน 6 ด้านหลัก ได้แก่

1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลการผลิตในปัจจุบันและแนวโน้มตลาดในอนาคต

2) การถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกและองค์ความรู้

3) การกำหนดมาตรฐานสินค้า เช่น การจัดเกรด รูปแบบการแปรรูป และการตั้งราคากลาง

4) การสร้างแบรนด์ร่วมและการเล่าเรื่องราวของสินค้า (storytelling) เพื่อเพิ่มมูลค่า

5) กําหนดการรายงานราคารูปแบบรายเดือน เพื่อป้องกันปัญหาพ่อค้าคนกลางกดราคา

6) การสนับสนุนการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการในอาเซียนเพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาดโลก

ด้าน Mr. Nguyen Thanh Binh ประธานสมาคมผักและผลไม้เวียดนาม (Vietnam Fruit and Vegetables Association: VINAFRUIT) และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท Vietnam National Vegetable, Fruit and Agricultural Product Corporation., Jsc (VEGETEXCO VIETNAM., JSC) ได้ให้ข้อมูลว่า สมาคมฯ มีสมาชิกกว่า 300 ราย ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต แปรรูป ไปจนถึงส่งออก โดยเวียดนามมีผลไม้ส่งออกมากกว่า 50 ชนิด และทุเรียนถือเป็นสินค้าหลักที่มีมูลค่าการส่งออกในปี 2567 สูงถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปจีนในช่วงต้นปี 2568 ลดลงกว่า 70% เนื่องจากความเข้มงวดในมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งเวียดนามยังอยู่ระหว่างการปรับตัว จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดจัดตั้งสมาพันธ์ทุเรียนอาเซียน และเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ผลิตในภูมิภาค ทั้งนี้ การจัดตั้งสมาพันธ์ฯ ในเวียดนามจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนของภาครัฐหลายระดับ พร้อมเสนอให้มีการจัดตั้งทีมงานร่วมและผู้ประสานงาน เพื่อวางแผนและผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ Mr. Nguyen Hoai Duong หัวหน้าคณะกรรมการประชาสัมพันธ์และระดมมวลชน ของคณะกรรมการพรรคประจำจังหวัดดั๊กลั๊ก กล่าวเสริมว่า จังหวัดดั๊กลักให้ความสำคัญกับทุเรียนในฐานะผลไม้ส่งออกสำคัญ และได้จัดตั้งสมาคมทุเรียนจังหวัดดั๊กลัก เพื่อรวมกลุ่มผู้ประกอบการและประสานการพัฒนาอุตสาหกรรมร่วมกับต่างประเทศ รวมถึงได้ส่งคณะไปศึกษาดูงานที่จังหวัดจันทบุรีของไทย โดยยินดีสนับสนุนแนวคิดสมาพันธ์ทุเรียนอาเซียน และเสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระดับภูมิภาคเพื่อศึกษากฎหมาย ขั้นตอนการส่งออก และมาตรฐานต่าง ๆ โดยย้ำว่า ความแตกต่างระหว่างประเทศไม่ใช่อุปสรรค หากบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

ด้าน Ms. Nguyen Thi Thanh Thuc หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการค้าของสมาคมทุเรียนจังหวัดดั๊กลัก และประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท AutoAgri Software Technology JSC กล่าวว่า ธุรกิจทุเรียนของเวียดนามยังถือเป็นผู้เล่นใหม่ แต่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสวนทุเรียนในเวียดนามมีขนาดเล็กและกระจายมาก มักปลูกแทรกกับกาแฟ จึงเสนอว่าสมาพันธ์ฯ ควรให้ความสำคัญกับตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของเวียดนาม แต่ขณะเดียวกันควรขยายความร่วมมือในตลาดอาเซียนเพิ่มเติม เพื่อสร้างเสถียรภาพและอำนาจต่อรองของภูมิภาค พร้อมเชื่อมั่นว่าสมาพันธ์ฯ จะสามารถเป็นกลไกปฏิบัติที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งระบบได้

โอกาสนี้ ผู้ร่วมหารือทั้งหมดเห็นพ้องต่อแนวทางการจัดตั้งสมาพันธ์ทุเรียนอาเซียน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมทุเรียนของภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืนในประเด็นสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานสินค้าทุเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การสร้างระบบข้อมูลการตลาดที่โปร่งใสและเป็นปัจจุบัน การพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา และการสร้างเครือข่ายการจำหน่ายที่แข็งแกร่งในตลาดโลก นอกจากนี้ ยังมีความเห็นตรงกันว่าการรวมกลุ่มจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตจากภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในการเจรจาราคากับผู้ซื้อรายใหญ่ และการพัฒนาสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

ในช่วงท้ายของการหารือ ผู้แทนการค้าไทยเน้นย้ำว่าแนวคิดจัดตั้ง “สมาพันธ์ทุเรียนอาเซียน” ได้รับการเห็นชอบจากรัฐบาลไทยแล้ว รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการทุเรียนไทยและรัฐมนตรีเกษตรของมาเลเซียแล้ว ขณะที่เวียดนามได้เตรียมผลักดันอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะประสานงานกับผู้นำองค์กรทุเรียนในเวียดนามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าทั้งสามฝ่าย ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ต่างเห็นพ้องในหลักการและพร้อมร่วมมือในระดับปฏิบัติการต่อไป

ด้านเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมหารือ โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ ยินดีเป็นกลไกสำคัญในการประสานความร่วมมือ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการเกษตร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ ในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนามในปีหน้า สถานเอกอัครราชทูตฯ จะสานต่อข้อเสนอของผู้แทนการค้าไทยไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเวียดนามเพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างยั่งยืนต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...