“สหรัฐ” ปิดช่องโหว่ภาษีนำเข้า ฉุดพัสดุจีนร่วง 40% Shein-Temu กระทบหนัก
การยกเลิกข้อยกเว้นภาษีนำเข้าพัสดุต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ จากจีน ส่งผลให้มูลค่าพัสดุขนาดเล็กที่ส่งจากจีนไปยัง สหรัฐ ดิ่งลงกว่า 40% ในเดือนพฤษภาคม กระทบโมเดลธุรกิจของ Shein และ Temu อย่างรุนแรง
วันที่ 20 มิถุนายน 2568 เวลา 12.43 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า การขึ้นภาษีของสหรัฐต่อพัสดุขนาดเล็กจากจีน ทำให้ปริมาณการจัดส่งในเดือนที่ผ่านมาเข้าสู่ภาวะชะลอตัวครั้งใหญ่ ส่งผลให้การค้าระหว่างจีน-สหรัฐหดตัวรุนแรง และสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับผู้ส่งออกอย่าง Shein Group Ltd.
จากข้อมูลศุลกากรที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ระบุว่า มูลค่าพัสดุขนาดเล็กที่จัดส่งจากจีนไปยังสหรัฐในเดือนพฤษภาคม มีมูลค่าเพียงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2566 และ ลดลงกว่า 40% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการชะลอตัวอย่างรุนแรงในเส้นทางการค้าที่เคยเฟื่องฟู
สาเหตุสำคัญ คือ รัฐบาลสหรัฐได้ยกเลิกช่องโหว่ภาษีที่มีมายาวนาน ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วยให้บริษัทค้าปลีกออนไลน์จากจีนส่งสินค้าตรงถึงลูกค้าในอเมริกาโดยไม่เสียภาษี
การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ทำให้โมเดลธุรกิจของแบรนด์แฟชั่นรายใหญ่อย่าง Shein และคู่แข่งอย่าง Temu ต้องพลิกผันอย่างหนัก ทั้งสองบริษัทเคยใช้ช่องโหว่นี้เพื่อเข้าถึงตลาดผู้บริโภคอเมริกันในต้นทุนต่ำ โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า แต่การยกเลิกข้อยกเว้นครั้งนี้กระทบถึงผู้ค้ารายย่อยอีกนับพันรายที่เคยพึ่งพารูปแบบนี้เพื่อบุกตลาดใหญ่ที่สุดในโลก
Wang Yuhao เจ้าของธุรกิจธูปหอม “Shantivale” จากเมืองคุนหมิง ซึ่งเพิ่งเริ่มส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าไม่มีข้อยกเว้นนี้ ธุรกิจเราจะลำบากขึ้น ลูกค้าก็มีทางเลือกน้อยลง และราคาสินค้าก็อาจแพงขึ้น นี่คือสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายต่างเสียประโยชน์”
สำหรับ Wang Yuhao คำนวณว่าภาษีและค่าขนส่งใหม่จะทำให้เขาขาดทุนประมาณ 2 ดอลลาร์ต่อพัสดุหนึ่งชิ้น ดังนั้นเขาจึงหันมาใช้วิธี ส่งสินค้าแบบล็อตใหญ่ไปยังคลังสินค้าในสหรัฐแทน แต่ก็ต้องลงทุนล่วงหน้ามากกว่า 100,000 หยวน หรือประมาณ 13,800 ดอลลาร์ สำหรับต้นทุนสินค้าและค่าเก็บคลัง
ต้นตอของปัญหาในครั้งนี้ คือการยกเลิกข้อยกเว้น de minimis สำหรับพัสดุจากจีนและฮ่องกง ก่อนหน้านี้พัสดุที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สามารถนำเข้ามายังสหรัฐได้โดยไม่เสียภาษีแต่ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมเป็นต้นมา พัสดุเหล่านี้ต้องเสียภาษีสูงถึง 54% หลังจากรัฐบาลทรัมป์ตัดสินใจปิดช่องโหว่ทางการค้า ซึ่งถูกมองว่าไม่เป็นธรรม
โดยผลกระทบต่อแบรนด์รายใหญ่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Shein ได้ปรับขึ้นราคาสินค้าในสหรัฐ เช่น ชุดเดรส และอุปกรณ์ครัว ล่วงหน้าก่อนการขึ้นภาษี เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น ตามข้อมูลจาก Bloomberg News หลังมาตรการภาษีมีผล ทั้ง Shein และ Temu มียอดขายลดลง เป็นตัวเลขสองหลัก (%) ภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งเป็นสัญญาณเบื้องต้นว่ามาตรการภาษีเริ่มส่งผลกระทบต่อความนิยมของแบรนด์ในหมู่ผู้บริโภค
แม้ยอดจัดส่งจากจีนไปสหรัฐจะลดลงมาก แต่สหรัฐยังคงเป็นจุดหมายปลายทางรายใหญ่ที่สุดสำหรับพัสดุขนาดเล็กจากจีน โดยประเทศที่ตามมาคือ มาเลเซีย ซึ่งรับพัสดุประเภทนี้มากกว่า 700 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม
ขณะเดียวกันในภาพรวมทั่วโลก การจัดส่งพัสดุขนาดเล็กจากจีนยังเพิ่มขึ้น 40% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมี เบลเยียม เกาหลีใต้ ฮ่องกง และฮังการี เป็นจุดหมายปลายทางหลักอื่น ๆ ที่เติบโต
อ้างอิง : finance.yahoo.com