เดือด! "ฮุน เซน" ลั่น กัมพูชาจะไม่ล่มสลายหากไทยหยุดขายน้ำมันให้
เดือด! "ฮุน เซน" ลั่น กัมพูชาจะไม่ล่มสลายหากไทยหยุดขายน้ำมันให้ ชี้อาจกระทบบริษัทไทยเอง พร้อมเสนอเลิกพึ่งสินค้าไทย ดันกัมพูชาพึ่งพาตนเองสู่เป้าหมายปี 2030
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2568 สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความในหัวข้อ “เกมอันตรายที่อาจนำไปสู่การทำลายตนเอง!”
โดยระบุว่า "วันที่ 20 มิ.ย. พรรคฝ่ายค้านของไทยได้เสนอให้รัฐบาลไทยหยุดขายน้ำมันให้กัมพูชา เพื่อกดดันให้กัมพูชายอมจำนน ในการตอบสนอง เราขอประกาศอย่างหนักแน่นว่าเราจะไม่ล่มสลายเพียงเพราะเราไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากไทย”
“ในทางตรงกันข้าม บริษัทของไทยเองอาจต้องรับผลที่ตามมา คุณตั้งใจจริงหรือที่จะให้บริษัทของไทยล่มสลาย หากเป็นเช่นนั้น ก็ดำเนินการตามแผนของคุณได้เลย” ฮุน เซน กล่าว
อดีตนายกฯ กัมพูชาเสริมว่า “กัมพูชาเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่คุณขู่ไว้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า และแรงงาน ตอนนี้ น้ำมันกำลังถูกเปลี่ยนเป็นอาวุธอีกอย่างหนึ่งในการต่อต้านเรา”
ฮุน เซน บอกว่า “ในอดีต เมื่อเป็นเรื่องของแรงงานต่างด้าว คุณปฏิบัติและเลือกปฏิบัติต่อแรงงานกัมพูชาอย่างเลวร้าย ถึงขนาดใช้พวกเขาเป็นตัวประกันและข่มขู่ แต่ตอนนี้ กัมพูชาประกาศว่าจะนำแรงงานกลับประเทศ คุณจึงเปลี่ยนน้ำเสียง พยายามเอาใจและปลอบโยนพวกเขา ทำไม? เพราะถ้าแรงงานกัมพูชาออกจากโรงงาน ฟาร์ม บริษัท และไซต์ก่อสร้าง ธุรกิจเหล่านี้หลายแห่งจะต้องปิดตัวลงเนื่องจากขาดแคลนแรงงาน”
ฮุน เซน ระบุอีกว่า “หากคุณกล้าจริง ๆ ก็ไล่คนงานกัมพูชาออกไปทั้งหมด แล้วมาดูกันว่าสิ่งนี้จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของไทยอย่างไร ลองทำแบบนี้กับน้ำมันดูก็ได้ แต่คุณควรปรึกษากับบริษัทของไทยก่อน เพราะอาจล้มละลายได้ โดยเฉพาะเมื่อปัจจุบันบริษัทไทยดำเนินการสถานีบริการน้ำมันในกัมพูชา หรือบางทีพวกเขาอาจต้องหาแหล่งน้ำมันจากประเทศอื่นมาขายที่นี่ก็ได้”
สมเด็จ ฮุน เซน ยังบอกว่า “ข้าพเจ้าขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอย่างจริงจังที่จะเปลี่ยนเส้นทางการนำเข้าจากไทย เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะออกมาขู่ต่อไป นอกจากนี้ หากสถานการณ์ที่ด่านชายแดนยังไม่คลี่คลาย กัมพูชาควรระงับการนำเข้าสินค้ากระป๋องทุกประเภทจากไทย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลัง ปลากระป๋อง และเนื้อกระป๋องทุกชนิด โดยเปลี่ยนเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้าจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่ไทยแทน ประชาชนชาวกัมพูชาจะต้องมองข้ามพรมแดนของเราและไปไกลกว่าปี 2030"