โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์: มะเร็งผิวหนังค้นพบหลังการผลิตครีมกันแดด จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 23.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

22 พฤษภาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับความปลอดภัยของครีมกันแดดเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่ามนุษย์ใช้ชีวิตกลางแสงแดดมาตั้งแต่โบราณ กระทั่งมีการผลิตครีมกันแดด ผู้คนก็เริ่มป่วยเป็นมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะมะเร็งผิวหนังชนิดใหม่อย่างเมลาโนมา (Melanoma) ที่เพิ่งจะพบผู้ป่วยเมื่อ 60 ปีที่แล้ว ช่วงเดียวกับที่ครีมกันแดดเริ่มเป็นที่นิยม

บทสรุป :

  • มะเร็งผิวหนังเมลาโนมาค้นพบก่อนครีมกันแดดนับพันปี
  • หลักฐานยืนยันครีมกันแดดลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

อย่างไรก็ดี โรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาถูกตรวจพบก่อนการผลิตครีมกันแดดนานนับพันปี

ครั้งแรกที่มีการจดบันทึกเกี่ยวกับโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาจากบันทึกของฮิปโปเครตีส บิดาการแพทย์ชาวกรีกโบราณซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วง 460-375 ปีก่อนคริสตกาล

เรเน เลนเนค แพทย์ชาวฝรั่งเศสผู้คิดค้นหูฟังทางการแพทย์ เป็นผู้บัญญัติชื่อโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาและบรรยายเกี่ยวกับมะเร็งเมลาโนมาเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1804

ส่วนครีมกันแดดเริ่มพัฒนาเมื่อปี 1890 โดยครีมกันแดดสมัยใหม่จะถูกคิดค้นโดย ฟรานซ์ ไกรเทอร์ นักเคมีชาวสวิสช่วงปลายทศวรรษ 1940s

ความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังจากรังสียูวี

เมื่อปี 2009 องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้รังสียูวีทั้งจากแสงอาทิตย์และรังสียูวีสังเคราะห์เป็นสารก่อมะเร็งระดับที่ 1

ออสเตรเลียซึ่งเป็นประเทศที่มีระดับรังสียูวีสูงที่สุดในโลก มีอัตราผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังสูงที่สุดในโลกเช่นกัน โดยหน่วยงาน Cancer Australia ระบุว่า ในบางพื้นที่ของประเทศ การตากแดดนานเกินไปคือสาเหตุการป่วยเป็นมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา 95% และมะเร็งผิวหนังที่ไม่ใช่เมลาโนมาอีก 99%

Melanoma มะเร็งผิวหนังที่อันตรายที่สุด

มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา มีสาเหตุจากการเติบโตแบบควบคุมไม่ได้ของเมลาโนไซต์ (Melanocyte) เซลล์ในชั้นหนังกำพร้าซึ่งทำหน้าที่สร้างสารสีเมลานิน

เมื่อได้รับรังสียูวี เมลาโนไซต์ผลิตเมลานินออกมาเพื่อป้องกันรังสียูวีจากแสงแดด ส่งผลทำให้ผิวมีสีคล้ำขึ้น แต่หากได้รับรังสียูวีอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา

มะเร็งผิวหนังเมลาโนมามักพบในประชากรผิวขาวมากกว่าประชากรผิวเข้ม การสำรวจโดยสมาคมโรคผิวหนังแห่งอเมริกา (American Cancer Society) พบว่า โอกาสป่วยเป็นมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาในชั่วชีวิตของคนผิวขาวอยู่ที่ 3% (1 ใน 33 คน) คนเชื้อสายฮิสแปนิก 0.5% (1 ใน 200 คน) และคนผิวดำ 0.1% (1 ใน 1,000 คน)

ข้อมูลปี 2024 ขององค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ระบุว่า จำนวนผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังเมลาโนมารายใหม่ในปี 2024 มีถึง 80% ที่อาศัยอยู่ในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ ผู้ป่วยรายใหม่ในเอเชียคิดเป็น 8% และในแอฟริกามีเพียง 2%

ประเทศที่พบผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังเมลาโนมามากที่สุดคือออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

สำหรับสหรัฐอเมริกาพบผู้ชายป่วยเป็นมะเร็งผิวหนังเมลาโนมามากกว่าผู้หญิง 1.6 เท่า โดยผู้หญิงมักพบมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาที่บริเวณขา ส่วนผู้ชายมักพบมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาที่บริเวณที่แผ่นหลัง

ผู้ที่มีไฝจำนวนมากมีความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา โดยพบว่า 1 ใน 4 มะเร็งเมลาโนมาเกิดจากไฝบนผิวหนัง

หากพบแต่เนิ่น ๆ มะเร็งผิวหนังเมลาโนมาสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด โดยโอกาสรอดชีวิตในช่วง 5 ปีสำหรับผู้ป่วยที่พบมะเร็งแต่เนิ่น ๆ อยู่ที่ 99% หากลุกลามไปบริเวณข้าง ๆ โอกาสรอดชีวิตจะอยู่ที่ 65% หากมะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง โอกาสรอดชีวิตจะอยู่ที่ 25%

มูลนิธิโรคผิวหนังของสหรัฐฯ (Skin Cancer Foundation) ระบุว่า การถูกแดดเผาเพียงครั้งเดียวตอนเด็กหรือช่วงวัยรุ่น เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาเมื่ออายุมากขึ้นถึง 2 เท่า

หลักฐานยืนยันครีมกันแดดลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

ผลการทดลองสุ่มแบบมีกลุ่มควบคุม (RCT) ของงานวิจัยปี 2010 ทางวารสาร Journal of Clinical Oncology พบว่า การใช้ครีมกันแดดทุกวันเป็นเวลา 10 ปี ลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาได้อย่างมีนัยสำคัญ

งานวิจัยปี 2020 จากวารสาร Canadian Medical Association Journal ยืนยันว่า การใช้ครีมกันแดดลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนังและป้องกันความเสียหายของรังสียูวีต่อผิวหนังเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.politifact.com/factchecks/2023/aug/01/instagram-posts/skin-cancer-didnt-emerge-in-the-last-60-years-it-d/
https://fullfact.org/health/sunscreen-cancer-hormones-endocrine-disruption/
https://healthfeedback.org/claimreview/unprotected-sun-overexposure-not-sunscreen-or-sunglasses-causes-sunburn-and-skin-cancer/
https://healthfeedback.org/claimreview/sunscreen-doesnt-cause-melanoma-most-melanoma-cases-excess-uv-radiation-sun/
https://en.wikipedia.org/wiki/Melanoma

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...