โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จีนผลิตหัวรบนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นปีละ 100 ลูก เร็วที่สุดกว่าทุกประเทศในโลก สั่งสมกว่า 600 ลูก จีนยันมีไว้เพื่อป้องกันตนเอง สัญญาจะไม่ใช้นิวเคลียร์ก่อนแน่ จะไม่ใช้ขู่กับประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์แน่นอน

BTimes

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 19.08 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 12.08 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) เปิดเผยว่า ประเทศจีนเพิ่มคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์อย่างรวดเร็วมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในโลก สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงมากมายของการแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่ที่นําโดยประเทศมหาอํานาจ ในปัจจุบันจีน ประเทศจีนมีหัวรบนิวเคลียร์อย่างน้อย 600 หัว ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 100 หัวตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ท่ามกลางจํานวนหัวรบนิวเคลียร์ในประเทศอื่น ๆ ที่ยังคงที่

นายฮานส์ คริสเทนเซน ผู้ร่วมงานอาวุโสแห่งสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) กล่าวว่าการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่หลากหลายทางทหาร ความทันสมัยที่ได้เห็นอย่างมากมายในอุตสาหกรรมอาวุธนิวเคลียร์ เช่น โรงงานแปรรูป และในโรงงานจําลองที่ใช้ตรวจสอบอาวุธ เพื่อรับรองอาวุธ และอาจพัฒนาอาวุธใหม่

ประเทศจีนผลิตหัวรบนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วย่อมทําให้เกิดความไม่สบายใจกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันตั้งแต่การเป็นประธานาธิบดีวาระแรกด้วยการนำประเทศจีนเข้าสู่การเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นมักจะเป็นการเจรจาระหว่างอเมริกาและรัสเซีย

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานดังกล่าวของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) แต่กลับเน้นว่าประเทศจีนยึดมั่นในกลยุทธ์นิวเคลียร์เพื่อการป้องกันตัวเองมาโดยตลอด รักษากองกําลังนิวเคลียร์ให้อยู่ในระดับขั้นต่ําที่จําเป็นสําหรับความมั่นคงของชาติเสมอ และไม่มีส่วนร่วมในการแข่งขันอาวุธแต่อย่างใด

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ยืนยันว่าประเทศจีนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยนโยบายที่ไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อนใคร และจะไม่ใช้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ตาม จีนสัญญาอย่างไม่มีเงื่อนไขด้วยว่าจะไม่ใช้ หรือขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์กับรัฐ หรือประเทศใดก็ตามที่ไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงจะไม่ใช้กับเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ด้วย

สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) ระบุว่าการกลับมาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำสูงสุดของสหรัฐได้เพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความมั่นคงของโลก ความกังวลเกี่ยวกับความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยของรัฐบาลสหรัฐที่มีต่อพันธมิตรในเอเชียได้กระตุ้นให้มีการถกเถียงกันครั้งใหม่ รวมถึงในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ว่าควรรักษาการยับยั้งนิวเคลียร์เพื่อความมั่นคงในภูมิภาคกันอย่างไร

ทั้งนี้ นายฮานส์ คริสเทนเซน ผู้ร่วมงานอาวุโสแห่งสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) กล่าวว่ายุคของการลดจํานวนอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งกินเวลาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็นกําลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า แม้ว่าปี 2025 จะเป็นปีที่ 80 นับตั้งแต่การทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิ เริ่มเห็นแนวโน้มที่สอดคล้องกันว่าจํานวนอาวุธนิวเคลียร์สําหรับการใช้งานทางทหารเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ได้เห็นตัวชี้วัดทั้งหมดที่บอกเราว่าการแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่กําลังเกิดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...