โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปีนี้ ไปไหนดี!? “คิงส์คัพ 51” ชิงชัย 3 จังหวัด เหนือ-ตะวันตก-ใต้

Ballthai

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 18.44 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 11.44 น.

แฟนบอลชาวไทยทุกคน วันนี้เรามาเมาท์กันเรื่องใหญ่เรื่องร้อนในวงการฟุตบอลไทยกันหน่อย กับทัวร์นาเมนต์ที่มีเกียรติและเก่าแก่มากที่สุดรายการหนึ่งของประเทศเรา นั่นก็คือ “ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ” ซึ่งจะกลับมาอีกครั้งในปี 2568 นี้ กับครั้งที่ 51

ตอนนี้กำลังจะมีการเลือก “เจ้าภาพ” แล้วมีถึง 3 จังหวัดด้วยกันที่ยื่นข้อเสนอมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งแต่ละจังหวัดก็มีดีมีเด่นไม่แพ้กันเลย เอาล่ะ…งั้นเรามาไล่ดูกันทีละที่ ว่าใครเหมาะสมจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคิงส์ คัพ ครั้งที่ 51 นี้บ้าง!

kings-cup

คิงส์ คัพ จัดครั้งแรกเมื่อปี 2511 นู่นเลย เป็นรายการที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานถ้วยรางวัลเพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ ถือว่าเป็นหนึ่งในถ้วยฟุตบอลที่มีเกียรติสูงสุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้

และตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก ในหลวง รัชกาลที่ 10 ที่พระราชทานถ้วยรางวัล “คิงส์ คัพ” แบบใหม่ ซึ่งสวยงามและมีคุณค่าทางจิตใจมากๆ สำหรับนักฟุตบอลทีมชาติไทย

เพราะฉะนั้นปีนี้ สมาคมฯ ก็เลยประกาศเชิญชวนจังหวัดต่างๆ มายื่นข้อเสนอขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งหมดเขตไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเราก็ได้ 3 ตัวเต็งที่ยื่นเข้ามาอย่างเป็นทางการ นั่นก็คือ…

1. จังหวัดกาญจนบุรี – สนามกลีบบัว (ความจุ 18,000 ที่นั่ง)

Kanchanaburi

โอ้โห จังหวัดนี้มาแรงเหมือนกัน ถึงแม้ความจุสนามจะยังไม่ถึง 20,000 ที่นั่ง แต่บอกเลยว่าแฟนบอลที่นี่เริ่มมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ กระแสตอบรับก็ดี คนกาญจน์น่ารัก มีจิตใจเป็นเจ้าบ้าน และที่สำคัญ ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางง่าย สะดวก สุดๆ สำหรับทีมงาน ผู้สื่อข่าว หรือแม้แต่แฟนบอลจากเมืองหลวงที่อยากจะตามไปเชียร์ทีมชาติถึงขอบสนาม

ข้อดี:

  • เดินทางใกล้จากกรุงเทพฯ
  • ค่าครองชีพไม่สูง
  • แหล่งท่องเที่ยวเพียบ (น้ำตกเอราวัณ ไทรโยค ฯลฯ)
  • กระแสบอลกำลังโต

2. จังหวัดสงขลา – สนามติณสูลานนท์ (ความจุ 25,000 ที่นั่ง)

Tinnasulanon

พี่ใหญ่ของรายการนี้! เพราะปีที่แล้วก็เพิ่งจัด คิงส์ คัพ ครั้งที่ 50 ไปแบบประสบความสำเร็จสุดๆ และยังเป็นสนามที่ไทยคว้าแชมป์คิงส์ คัพ เป็นครั้งแรกนอกกรุงเทพฯ อีกด้วยนะ

แฟนบอลที่นี่บอกเลยว่าแน่นจัดจ้านในย่านภาคใต้ ถ้าเชิญเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียมาร่วมเตะนะ บอกเลยว่าบัตรหมดในพริบตาแน่นอน! อีกทั้งสนามบินนานาชาติอยู่ในตัวจังหวัด เดินทางสะดวกสำหรับทีมเยือนและสื่อจากต่างประเทศ

ข้อดี:

  • ความจุสนามใหญ่เบิ้ม
  • แฟนบอลแน่นเกือบทุกแมตช์
  • เคยจัดคิงส์ คัพมาแล้ว
  • เดินทางสะดวกจากต่างประเทศ

3. จังหวัดเชียงใหม่ – สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี (ความจุ 20,000 ที่นั่ง)

เชียงใหม่

มาถึงทางภาคเหนือกันบ้าง จังหวัดเชียงใหม่คือเมืองท่องเที่ยวหลักอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ทั้งคนไทยและต่างชาติรักเมืองนี้มาก ถ้าได้จัดคิงส์ คัพจริงๆ ก็บอกเลยว่าอาจจะกลายเป็น “คิงส์ คัพ ทัวริสต์” เพราะแฟนบอลสามารถเชียร์บอลตอนเย็น กลางวันก็เดินถนนคนเดินหรือขึ้นดอยไปเที่ยวได้เลย

ข้อดี:

  • เป็นเมืองหลักระดับประเทศ
  • สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย
  • มีสนามบินนานาชาติ
  • เคยจัดคิงส์ คัพมาแล้ว มีประสบการณ์

หลังจากคว้าแชมป์คิงส์ คัพ ครั้งที่ 50 ที่สงขลา มันเป็นความสำเร็จที่ “มากกว่าฟุตบอล” จริงๆ ไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล แต่มันคือแชมป์แรกในรอบ 7 ปีของทีมชาติไทย และเป็นครั้งแรกที่ได้ชูถ้วยใบใหม่ นอกกรุงเทพฯ อีกด้วย

king CUP

ที่สำคัญยังเป็นแชมป์แรกของ “มาดามแป้ง” ในฐานะนายกสมาคมฯ และ “มาซาทาดะ อิชิอิ” ในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติไทยอีกต่างหาก

สุดท้ายแล้ว สมาคมฟุตบอลฯ จะเลือกจังหวัดไหน คงต้องรอดูความพร้อมหลายๆ ด้าน และความร่วมมือจากภาครัฐ-เอกชนในพื้นที่นั้นๆ ด้วย

แต่ที่แน่ๆ คือ…ไม่ว่าคิงส์ คัพ จะไปจัดที่จังหวัดไหน ปีนี้เราลุ้นป้องกันแชมป์ที่ต่างจังหวัดอีกปีแน่นอน

เครดิตภาพ : FA Thailand / Tinnasulanon Stadium / Chiangmai Stadium / Kanchanaburi

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...