ก.ล.ต. สั่งสอบปม ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ยื่นแบบถือหุ้นทิพย์ หลังพบพิรุธ เคลมนั่งบอร์ดบจ. – อ้างครอบครองหลักทรัพย์ที่ไม่เคยมีอยู่จริง
ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบเชิงลึกกรณีข่าว ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ส่งรายงานถือหุ้นใหญ่ในบจ. หลายแห่ง พบข้อมูลขัดแย้งกับข้อเท็จจริงอย่างรุนแรง ทั้งกรณีไม่มีชื่อในสมุดทะเบียน และยื่นถือหลักทรัพย์ที่บริษัทไม่เคยออก ย้ำหากพบจงใจส่งข้อมูลเท็จพร้อมดำเนินคดีโทษจำคุก-ปรับเงิน
ประเด็นสำคัญ
- ปูพรมตรวจย้อนหลัง พบ 5 จุดพิรุธสำคัญ
- ลั่น หากพบตั้งใจ ‘ปั่นข้อมูลเท็จ’ โดนโทษหนัก
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่มีกระแสข่าวและการแชร์ข้อมูลในตลาดทุน เกี่ยวกับรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของบุคคลปริศนาชื่อ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ที่ทำรายการส่งข้อมูลเข้ามาในระบบว่าตนเองเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง (เช่น บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ TRUE และ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป หรือ MAJOR) จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ลงทุนในวงกว้าง
ปูพรมตรวจย้อนหลัง พบ 5 จุดพิรุธสำคัญ
ก.ล.ต. ระบุว่า จากการตรวจสอบระบบรับข้อมูลอัตโนมัติ พบว่าบุคคลดังกล่าวได้ส่งรายงานแบบ 246-2 เข้ามาในวันที่ 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2569 จำนวนทั้งหมด 7 รายงาน ครอบคลุม 6 หลักทรัพย์ โดยอ้างว่าเป็นรายการซื้อสะสมมาตั้งแต่ปี 2564
อย่างไรก็ตาม เมื่อ ก.ล.ต. นำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบเชิงลึกร่วมกับบริษัทจดทะเบียน กลับพบข้อผิดปกติร้ายแรงดังนี้:
- ไม่มีชื่ออยู่จริง: เมื่อเช็กวันปิดสมุดทะเบียนย้อนหลังในอดีตของ 5 หลักทรัพย์ ไม่พบชื่อ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ เป็นผู้ถือหุ้นตามที่กล่าวอ้าง (ส่วนอีก 1 หลักทรัพย์อยู่ระหว่างตรวจสอบ)
- เคลมสินทรัพย์ที่ไม่มีอยู่จริง: มีการรายงานว่าตนเองถือครองหลักทรัพย์บางประเภท ที่บริษัทจดทะเบียนแห่งนั้น ‘ไม่เคยมีการออกเสนอขาย’ มาก่อนในประวัติศาสตร์ (เช่น หุ้นบุริมสิทธิ)
- สัดส่วนไม่ตรงความจริง: ตัวเลขอัตราการถือหุ้นที่รายงาน ขัดแย้งกับข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างสิ้นเชิง
- สวมรอยตำแหน่ง: บุคคลดังกล่าวมีการยื่นรายงานตามมาตรา 59 (รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นของบอร์ด) ทั้งที่ตัวเธอ ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร ของบริษัทเหล่านั้น ซึ่ง ก.ล.ต. ได้สั่งถอดข้อมูลส่วนนี้ออกจากระบบแล้ว
- ขึ้นเครื่องหมายเตือนภัย: ปัจจุบัน ก.ล.ต. ได้เข้าไปแขวนข้อความเตือนนักลงทุนในแบบรายงานดังกล่าวแล้วว่า “อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง” เพื่อป้องกันไม่ให้นำข้อมูลไปใช้ผิดๆ
ลั่น หากพบตั้งใจ ‘ปั่นข้อมูลเท็จ’ โดนโทษหนัก
ก.ล.ต. ชี้แจงว่า โดยปกติระบบรายงานแบบ 246-2 ของสากล จะใช้แนวทางให้ผู้ถือหุ้นรับรองความถูกต้องด้วยตนเอง (Self-declared reporting) เพื่อความรวดเร็วในการเปิดเผยโครงสร้างกลุ่มทุนใหม่แก่นักลงทุน
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ผู้รายงานไม่ได้มีหน้าที่แต่ตั้งใจส่งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือมีเจตนาอำพรางเพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ จะถือเป็นความผิดตามมาตรา 302/1 พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และหากพบว่าเข้าข่ายแฮกเกอร์หรือจงใจป้อนข้อมูลปลอมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จะประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ต่อไปทันที