ศศิกานต์ กระทุ้งรัฐแก้ตราบาปคดีสินบนโรลส์ รอยซ์ ชี้กฎหมายโปร่งใสหัวใจดึงดูดลงทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แสดงความคิดเห็นกรณีภาคเอกชนเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อหาแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยระบุว่าแม้จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ “ความโปร่งใส” ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและนักลงทุน
นางสาวศศิกานต์ ได้ยกกรณีคดีสินบนข้ามชาติระหว่างบริษัทโรลส์-รอยซ์กับ ปตท.สผ. ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่งมีมติยกคำร้องและถอนฟ้องทั้งหมด หลังใช้เวลาพิจารณานานกว่า 7 ปี ว่าเป็น “ตลกร้ายระดับโลก” ที่สังคมต้องตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม
รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า คดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ถือเป็นคดีคอร์รัปชันข้ามชาติครั้งใหญ่ที่ทุกฝ่ายจับตามอง โดยในระดับสากล บริษัทโรลส์-รอยซ์ได้ยอมรับต่อทางการสหรัฐฯ ว่ามีการจ่ายสินบนให้ฝ่ายไทยเพื่อแลกกับสัญญาโครงการขนาดใหญ่ พร้อมยอมเสียค่าปรับจำนวนมหาศาล ทว่าฝั่งไทยกลับสรุปว่าหลักฐานไม่ชัดเจน และติดข้อจำกัดทางกฎหมาย เนื่องจาก ปตท.สผ. ไม่ถือเป็นรัฐวิสาหกิจ 100% จึงเกิดคำถามสำคัญว่า “ต่างชาติบอกว่ามีคนจ่าย แต่สุดท้ายไทยกลับหาคนรับไม่เจอจริง ๆ หรือ ?”
นางสาวศศิกานต์ กล่าวต่อว่า แม้จะเคารพกระบวนการยุติธรรมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่เห็นว่าคดีดังกล่าวสะท้อนความย้อนแย้งระหว่างมาตรฐานสากลกับมาตรฐานไทย ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตานักลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากประเทศไทยต้องการดึงดูดการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งอุดช่องโหว่ทางกฎหมายและนิยามของ “หน่วยงานของรัฐ” ที่ต้องก้าวให้ทันเล่ห์เหลี่ยมของการทุจริตข้ามชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดพื้นที่สีเทาที่เอื้อต่อการหลบเลี่ยงการตรวจสอบในอนาคต
นางสาวศศิกานต์ ทิ้งท้ายว่า เข้าใจว่ารัฐบาลปัจจุบันอาจต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เป็น “ตราบาปในอดีต” แต่หากรัฐบาลจริงจังกับการปราบปรามทุจริต ก็ต้องพิสูจน์ด้วยการสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่สะอาด โปร่งใส และเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเศรษฐกิจ เพราะประเทศที่ดึงดูดการลงทุนได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่ประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์มากที่สุด แต่คือประเทศที่ “กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และโปร่งใสที่สุด”
อ่านข่าวเพิ่มเติม