โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งสอบ 3 แพลตฟอร์มจีนสกัดทุนนอมินีจีน

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 มิถุนายน 2569 เวลา 22.00 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งตรวจสอบเชิงลึก 3 แพลตฟอร์มส่งอาหารและบริการสัญชาติจีน Gokoo, Feixiang และ E-Gets ป้องกันใช้คนไทยเป็นนอมินีหากพบทำผิด ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

23 มิ.ย.2569 -นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีข่าวเกี่ยวกับแพลตฟอร์มสัญชาติจีนที่ให้บริการสั่งอาหารและบริการประเภทอื่น ๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวจีนที่มาอาศัยในประเทศไทย เนื่องจากประสบข้อจำกัดด้านภาษาในการใช้งานแอปพลิเคชันเดลิเวอรีของไทย ว่า กรมได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ พบว่า มีแพลตฟอร์มจำนวน 3 แพลตฟอร์ม ที่เปิดให้บริการ ได้แก่ Gokoo, Feixiang และ E-Gets ซึ่งกรมได้พิจารณาว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์มทั้ง 3 รายด้วย

โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น มีการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท โดยมี 2 รายที่มีผู้ถือหุ้นชาวไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง และอีก 1 ราย มีโครงสร้างการถือหุ้นที่มีต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนเกิน 50% โดยรายละเอียดของนิติบุคคลทั้ง 3 ราย มีดังนี้

1.บริษัท โกคูออนไลน์ จำกัด (แอปพลิเคชัน Gokoo) จดทะเบียนนิติบุคคลวันที่ 21 ก.ย.2563 ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นไทย 80% มีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย 2.บริษัท เดอะ ฟลาย โฮลดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (แอปพลิเคชัน feixiang) จดทะเบียนนิติบุคคลวันที่ 1 ก.ย.2564 ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 51% มีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย สำหรับนิติบุคคลทั้ง 2 รายข้างต้น ประกอบธุรกิจให้บริการเป็นตลาดกลางซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยจากการตรวจสอบพบผู้ถือหุ้นคนไทยมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่น โดยมีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทอีก 4 บริษัท โดยเป็นการร่วมลงทุนกับคนต่างด้าว

3.บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (แอปพลิเคชัน E-Gets) จดทะเบียนนิติบุคคลวันที่ 3 ส.ค.2566 ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลสัญชาติกัมพูชา 90% จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยประกอบธุรกิจ e-commerce และหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริการสั่งซื้อ ขาย และจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบ พบว่า บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับบัตรส่งเสริมจาก BOI ในธุรกิจบริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล และได้รับหนังสือรับรองการประธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว

ทั้งนี้ กรมอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินลงทุน อำนาจการบริหารจัดการ การลงนามผูกพันบริษัท ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) หรือไม่ โดยจะแบ่งการตรวจสอบเป็น 2 กลุ่มตามสถานะของนิติบุคคล คือ 1.นิติบุคคลไทย จะดำเนินการตรวจสอบว่ามีคนไทยให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติใช้ชื่อหรือถือหุ้นแทนเพื่อเป็นนอมินีเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่ หากมีการกระทำผิดจริงจะได้รับโทษทางกฎหมาย โทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี โทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท และ 2.นิติบุคคลต่างชาติ จะตรวจสอบการขออนุญาตประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากฝ่าฝืนประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท

สำหรับแพลตฟอร์มที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ พบว่า มีลักษณะการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลที่มุ่งตอบสนองกลุ่มลูกค้าชาวจีนในประเทศไทย ทั้งบริการสั่งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีการใช้ภาษาจีนเป็นหลัก รวมทั้งมีการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ ซึ่งกรมจะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันมิให้เกิดการดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ระบบเศรษฐกิจของประเทศ และการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และพร้อมจะเดินหน้าตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายและไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และปกป้องธุรกิจของคนไทย ซึ่งระหว่างการตรวจสอบต้องถือว่าธุรกิจยังมิได้ดำเนินสิ่งใดที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย จนกว่าจะทราบผลการตรวจสอบ

“การตรวจสอบดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินีแทนชาวต่างชาติ รวมถึงการป้องกันการประกอบธุรกิจที่อาจฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยกรมให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ และการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย โดยหากผลการตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการที่เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการสนับสนุนให้คนมีงานทำ โดยเฉพาะไรเดอร์ แต่หากมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้คนไทยถือหุ้นแทน การประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กรมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลการตรวจสอบต่อไป และขอยืนยันว่าจะติดตามและตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้การลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยพร้อมอำนวยความสะดวกและให้ความเป็นธรรมแต่การประกอบธุรกิจที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น”นายพูนพงษ์กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...