โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

REIC เผยบ้านมือสอง Q1/69 ขายพุ่ง 2.4 แสนหน่วย มูลค่า 1.1 ล้านล้าน ยอดต่างชาติโอนคอนโดฯ หดตัว 18% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

REIC เผยบ้านมือสอง Q1/69 ขายพุ่ง 2.4 แสนหน่วย มูลค่า 1.1 ล้านล้าน บ้านเดี่ยวครองตลาด 40% จับตาบ้านหรูแห่ขายพรึบ ส่วนยอดต่างชาติโอนคอนโดฯ หดตัวต่อเนื่อง 17.9% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลก

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า มีจำนวนประกาศขาย 242,729 หน่วย เพิ่มขึ้น 34.2% และมีมูลค่า 1,196,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แม้จำนวนหน่วยจะขยายตัว 7.3% แต่มูลค่ากลับปรับลดลงเล็กน้อยที่ -0.3% สะท้อนถึงสัดส่วนอุปทานระดับราคาต่ำที่เข้ามาเติมในตลาดมากขึ้น

บ้านเดี่ยวครองตลาด 40% จับตาบ้านหรูแห่ขายพรึบ
เมื่อจำแนกตามผู้ประกาศขาย พบว่า กลุ่มบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ มีสัดส่วนการนำทรัพย์เข้ามาเสนอขายสูงที่สุด คิดเป็น 39.0% ของหน่วยประกาศขายทั้งหมด ขณะที่ประเภทสินทรัพย์อย่าง “บ้านเดี่ยว” ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 40.9% แต่กลุ่มที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุดในไตรมาสนี้คือ “ห้องชุด (คอนโดมิเนียม)” ที่จำนวนหน่วยเติบโตถึง 124.6% และมูลค่าพุ่งสูงถึง 343.8% ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยรวมของที่อยู่อาศัยมือสองในตลาดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.9 ล้านบาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอุปทานในกลุ่มระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ที่ขยายตัวเกิน 140% ทว่าในโครงสร้างตลาดภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนหน่วยสูงสุดที่ 25.4%

กทม. ราคาขายเฉลี่ยพุ่ง 9.9 ล้าน
สำหรับทำเลที่มีมูลค่าประกาศขายสูงสุด 10 อันดับแรก ยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว โดย “กรุงเทพมหานคร” ครองแชมป์อันดับหนึ่งด้วยจำนวน 70,495 หน่วย และมีมูลค่าสูงถึง 701,250 ล้านบาท คิดเป็น 58.6% ของมูลค่ารวมทั้งประเทศ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีราคาประกาศขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุด โดยปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9.9 ล้านบาท จาก 6.5 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอุปทานส่วนใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ เป็นการประกาศขายห้องชุด

ทางด้านอุปสงค์หรือการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศในไตรมาส 1 ปี 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,446 หน่วย เพิ่มขึ้น 13.8% และมีมูลค่าการโอน 93,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมี “บ้านเดี่ยว” เป็นประเภทสินทรัพย์ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด คิดเป็น 41.6% อย่างไรก็ดี เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์กลับชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยจำนวนหน่วยลดลง -12.9% และมูลค่าลดลง -17.9%

ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังคือ สัญญาณการหดตัวของกำลังซื้อในตลาดระดับบน โดยข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ตามระดับราคาพบว่า สินทรัพย์ที่มีระดับราคาตั้งแต่ 7.51 ล้านบาทขึ้นไป เริ่มปรับตัวลดลง โดยเฉพาะกลุ่มราคามากกว่า 10 ล้านบาท ที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงมากที่สุด ทั้งในแง่จำนวนหน่วยที่ลดลง -18.0% และมูลค่าการโอนที่ลดลงถึง -25.6% ซึ่งสวนทางกับฝั่งอุปทานประกาศขายในกลุ่มราคาเดียวกันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงภาวะตึงตัวของกำลังซื้อในกลุ่มผู้บริโภคระดับบนในไตรมาสนี้

เผยยอดต่างชาติโอนคอนโดฯ Q1/69 หดตัวต่อเนื่อง 17.9% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลก

REIC ระบุว่า สำหรับสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศ ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ภาพรวมตลาดส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งสิ้น 3,241 หน่วย ลดลง 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็นมูลค่ารวม 13,464 ล้านบาท ลดลง 17.9% และมีพื้นที่ห้องชุดรวม 141,644 ตร.ม ลดลง 13.8% ซึ่งสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติเมื่อเทียบกับคนไทยก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ประกอบกับผู้ซื้อชาวต่างชาติบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง ส่งผลให้เกิดความระมัดระวังและชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป

‘จีน’ ยังครองแชมป์ซื้อสูงสุด
อย่างไรก็ดี เมื่อจำแนกตามสัญชาติที่มีการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด 10 อันดับแรก พบว่า กลุ่มผู้ซื้อชาวจีนยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่ง ทั้งในแง่ของจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยมียอดโอนกรรมสิทธิ์สะสมอยู่ที่ 906 หน่วย มูลค่ารวม 3,493 ล้านบาท มีมูลค่าการโอนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.9 ล้านบาทต่อหน่วย และขนาดพื้นที่เฉลี่ย 39.9 ตารางเมตรต่อหน่วย แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม ในขณะที่กลุ่มสัญชาติอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ รัสเซีย พม่า ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ

แม้ว่าชาวจีนจะครองสัดส่วนมากที่สุด แต่ชาวอินเดีย กลับเป็นกลุ่มสัญชาติที่โดดเด่นที่สุดในแง่ของกำลังซื้อ โดยเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าและพื้นที่ห้องชุดเฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุด มีมูลค่าการโอนเฉลี่ยสูงถึง 5.6 ล้านบาทต่อหน่วย และมีขนาดพื้นที่เฉลี่ย 67.8 ตารางเมตรต่อหน่วย

สำหรับภาพรวมขนาดและมูลค่าห้องชุดเฉลี่ยที่คนต่างชาติโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – มีนาคม) มีพื้นที่เฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 43.7 ตารางเมตร มีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.2 ล้านบาทต่อหน่วย หรือคำนวณเป็นราคาเฉลี่ยประมาณ 95,054 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการของตลาดต่างชาติที่ยังคงเน้นห้องชุดในระดับราคาจับต้องได้จนถึงระดับกลางเป็นหลักในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : REIC เผยบ้านมือสอง Q1/69 ขายพุ่ง 2.4 แสนหน่วย มูลค่า 1.1 ล้านล้าน ยอดต่างชาติโอนคอนโดฯ หดตัว 18% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...