นักวิชาการ มธ. หนุนมติ สว. ปลดล็อกวาระผู้บริหารท้องถิ่น ชี้ควรคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจ พร้อมหนุนลดอายุผู้สมัครเหลือ 25 ปี
วันนี้ (4 กรกฎาคม) วสันต์ เหลืองประภัสร์ หัวหน้าสาขาวิชาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น 4 ฉบับ ซึ่งมีสาระสำคัญในการยกเลิกข้อกำหนดที่จำกัดให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาทิ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นายกเทศมนตรี และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน หรือรวมไม่เกิน 8 ปี โดยระบุว่า ตนเห็นด้วยกับมติดังกล่าว เนื่องจากถือเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดวาระของผู้บริหารในพื้นที่ของตนเอง และช่วยสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงาน
วสันต์ อธิบายว่า ธรรมชาติของงานบริหาร อปท. ส่วนใหญ่ไม่ใช่การออกกฎหมายเพื่อสร้างกติกา แต่เป็นการพัฒนาและจัดทำบริการสาธารณะ ซึ่งกรอบเวลาการทำงานวาระละ 4 ปี ถือเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสั้นในการผลักดันโครงการให้เกิดมรรคผลอย่างเป็นรูปธรรม
ตัวอย่างเช่น ในปีแรกของการรับตำแหน่ง ผู้บริหารมักยังไม่สามารถดำเนินนโยบายของตนเองได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณและแผนงานที่ผูกพันมาจากผู้บริหารคนก่อนหน้า ทำให้จะเริ่มทำงานได้จริงในช่วงปีที่ 2 และ 3 ขณะที่ปีที่ 4 จะเป็นช่วงเวลาของการรักษาการ ดังนั้น การกำหนดวาระที่จำกัดการทำงานซ้อนเข้าไปอีก จึงเป็นการปิดโอกาสการทำงานอย่างต่อเนื่องของผู้บริหารที่มีผลงานดีเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งหากท้องถิ่นใดมีผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ ประชาชนก็ควรมีสิทธิ์เลือกให้ทำงานต่อไปได้
สำหรับเงื่อนไขการจำกัดวาระไม่เกิน 2 วาระติดต่อกันนั้น เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 2560–2561 สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยให้เหตุผลเพื่อป้องกันการสืบทอดอำนาจของกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ อย่างไรก็ตาม วสันต์ มองว่าในความเป็นจริงกลับไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนมารองรับข้ออ้างดังกล่าว และการที่รัฐส่วนกลางเข้าไปกำหนดเงื่อนไขในลักษณะนี้ ถือเป็นการทำลายอำนาจในการตัดสินใจของประชาชน
จากการศึกษาข้อมูลการปกครองท้องถิ่นในต่างประเทศ ไม่พบว่ามีประเทศใดในโลกที่รัฐบาลกลางใช้อำนาจออกกฎหมายเพื่อบังคับจำกัดวาระผู้บริหาร อปท. ทุกแห่งพร้อมกันทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นการมอบอำนาจให้ อปท. แต่ละแห่ง สามารถออกข้อบัญญัติภายในท้องถิ่นเพื่อกำหนดวาระกันเอง เช่น ในสหรัฐอเมริกา หรือไต้หวัน ซึ่งบางแห่งอาจกำหนดให้ดำรงตำแหน่งได้เพียง 1 วาระด้วยซ้ำ
เสนอเพิ่มบทบัญญัติทำประชามติ-หนุนลดอายุผู้สมัครเหลือ 25 ปี วสันต์ เสนอแนะว่า หากประชาชนในพื้นที่ใดมีความต้องการกำหนดวาระผู้บริหาร ควรให้มีการระบุเพิ่มเติมในกฎหมายท้องถิ่นทั้ง 4 ฉบับ ได้แก่
- ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- ร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด
- ร่าง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
- ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล
หรืออาจเพิ่มเติมใน พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 โดยให้อำนาจ อปท. สามารถจัดทำประชามติและออกเป็นข้อกำหนดของ อปท. นั้นๆ เองได้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา ที่ควรได้รับการแก้ไขกฎหมายให้เป็นไปในลักษณะเดียวกัน
ในส่วนของสาระสำคัญเรื่องการปรับลดอายุขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหาร อปท. จาก 35 ปี เหลือ 25 ปี นั้น วสันต์ แสดงความเห็นด้วยอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนในพื้นที่ ตามหลักการกระจายอำนาจที่ประชาชนต้องมีสิทธิ์เลือกและรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้งของตนเอง หากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่เห็นด้วยกับผู้สมัครที่อายุน้อย ก็เพียงแค่ใช้สิทธิ์ไม่เลือกผู้สมัครรายนั้น
ทั้งนี้ อปท. กว่า 7,800 แห่งทั่วประเทศ มีความแตกต่างและหลากหลาย รัฐส่วนกลางจึงไม่ควรนำมุมมองของตนเองไปจำกัดสิทธิหรือดูแคลนการตัดสินใจของประชาชนในระดับท้องถิ่น