“พิพัฒน์” ปูพรมตรวจสารเสพติด -แอลกอฮอล์ พนักงานทุกหน่วยทุกวัน ขณะที่ “รฟท.” เตรียมเสริม จนท.ดูแลจุดเครื่องกั้น พร้อมเปิดตัวเลขเยียวยาผู้บาดเจ็บ-ผู้เสียชีวิต
“พิพัฒน์” ปูพรมตรวจสารเสพติด พนง.ขับรถ รฟท.-ขสมก.-บขส. พร้อมตรวจแอลกอฮอล์ทุกวัน ด้าน “รฟท.” สั่ง คนขับรถไฟ-พนักงานไม้กั้น ออกจากงาน ทั้งนี้เตรียมเสริม จนท.ดูแลจุดเครื่องกั้น เบื้องต้นเยียวยา ผู้บาดเจ็บ 130แสน -1ล้านบาท ขณะที่ผู้เสียชีวิตเยียวยา 2.39 ล้านบาท
วันที่ 18 พ.ค. 2569 ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่มักกะสัน ย้ำเร่งสอบหาสาเหตุและตั้งคณะกรรมการ 14 คนตรวจข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันยกระดับความปลอดภัยการขนส่งทุกระบบ มีแนวทางหลักคือศึกษาภายใน 3 เดือนเรื่องการลด/ยกเลิกรถไฟเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน เพื่อลดจุดตัดเสี่ยงอุบัติเหตุ และอาจให้รถไฟสิ้นสุดที่ชานเมืองแล้วเชื่อมต่อระบบขนส่งอื่น พร้อมพิจารณาช่วยค่าโดยสารประชาชน พบประเด็นพนักงานขับรถไฟเกี่ยวข้องสารเสพติด อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีและสอบวินัย ขณะที่คมนาคมสั่งตรวจสารเสพติด “ปูพรม” และตรวจแอลกอฮอล์ทุกวันในทุกหน่วยงาน ด้านเยียวยา ผู้เสียชีวิตได้รับประมาณ 2.39 ล้านบาท ผู้บาดเจ็บเริ่มต้นราว 130,000–1,000,000 บาท พร้อมดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด นอกจากนี้มีแผนเพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง ปรับการเดินรถสินค้า และนำแผนลดจุดตัดทางรถไฟเดิมกลับมาศึกษาเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวอีกด้วย
“รฟท.” สั่ง คนขับรถไฟ-พนักงานไม้กั้น ออกจากงาน เตรียมส่ง จนท.เสริมดูแลจุดเครื่องกั้น พร้อม เข็มงวดรถขนสินค้าเฉพาะในช่วงเวลา 22.00-04.00 น.
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาราชการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แถลงถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ ว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ พร้อมชี้แจงว่า พนักงานขับรถไฟต้องผ่านการฝึกงานไม่น้อยกว่า 7 ปี รวมถึงตรวจสุขภาพและสารเสพติดก่อนรับตำแหน่ง ปัจจุบัน รฟท. ส่งรายชื่อพนักงานขับรถ 591 คน ให้กรมการขนส่งทางรางรับรองใบอนุญาตแล้ว โดยอนุมัติไปกว่า 200 คน ส่วนคนขับรถไฟในคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการรับรอง ซึ่งต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน ก.ค.69
ทั้งนี้ ตำรวจแจ้งข้อหาพนักงาน 2 ราย คือพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมเครื่องกั้น โดยผลตรวจปัสสาวะคนขับพบสารแอมเฟตามีนและกัญชา ทำให้ รฟท.สั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน พร้อมย้ายทั้ง 2 คนไปปฏิบัติงานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการเดินรถ ระหว่างสอบสวน
นอกจากนี้ รฟท. จะเพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำจุดเครื่องกั้นถนนบริเวณเกิดเหตุ และเตรียมปรับแผนลดรถสินค้าที่วิ่งเข้า กทม. ชั้นในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. รวมถึงบูรณาการการเดินทางร่วมกับ ขสมก. และระบบตั๋วร่วม
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ย้ำว่าการดำเนินคดีจะมีทั้งทางอาญา วินัย และตรวจสอบผู้บังคับบัญชาตามลำดับ หากพบละเลยต้องรับผิดด้วย พร้อมสั่งตรวจสารเสพติดแบบ “ปูพรม” กับพนักงานขับรถทุกหน่วยงานในสังกัดคมนาคม และตรวจแอลกอฮอล์ทุกวัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้ประชาชนอีกครั้ง