พิจิตรลุยตรวจฝายน้ำล้น 5 แห่ง พบก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบแปลน หลังส่งมอบงานไม่นานเกิดพังเสียหาย
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดพิจิตร และผู้อำนวยการกองช่าง อบจ.พิจิตร ลงพื้นที่ตรวจสอบฝายน้ำล้น 5 แห่ง ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “หนึ่งตำบลหนึ่งฝาย” จากทั้งหมด 28 แห่ง ใช้งบประมาณกว่า 37 ล้านบาท เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกรใช้ในฤดูแล้ง และช่วยลดปัญหาน้ำท่วม
ทั้งนี้ พบว่าฝายน้ำล้นที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเพียงไม่กี่สัปดาห์ ถูกน้ำฝนแรกกัดเซาะจนพังทลาย ในพื้นที่ ต.รังนก ต.เนินปอ และ ต.หนองโสน อ.สามง่าม รวมถึง ต.วังโมกข์ และ ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี โดยทั้ง 5 โครงการเป็นผลงานของผู้รับเหมารายเดียวกัน ซึ่งในจำนวนนี้มี 4 แห่ง ที่ได้ส่งมอบงานให้ อบจ.พิจิตร แล้วและเกิดความเสียหาย ขณะที่อีก 1 แห่ง ในพื้นที่ ต.บึงบัว อ.วชิรบารมี แม้จะมีการทำสัญญาแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง
นายวราพงษ์ กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดพิจิตร ได้ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากกรณีฝายน้ำล้นในพื้นที่ ต.รังนก ซึ่งมีมูลค่าโครงการ 2.5 ล้านบาท และพังเสียหายหลังส่งมอบงานได้ไม่นาน เบื้องต้นพบว่าความหนาของพื้นคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน บางจุดไม่พบคานรองรับและไม่พบเหล็กเสริม จึงรับเรื่องไว้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สุ่มเจาะตรวจ 3 จุด เพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยจุดแรกบริเวณแนวพื้นสันฝาย พบว่าความหนาคอนกรีตอยู่ที่ 17 เซนติเมตร จากที่แบบแปลนกำหนดไว้ 25 เซนติเมตร ส่วนจุดที่สองและจุดที่สาม ซึ่งเป็นบริเวณแนวคาน พบว่ามีความหนา 19 เซนติเมตร และ 15 เซนติเมตร ตามลำดับ อีกทั้งไม่พบแนวคานอยู่ด้านล่าง หลังจากนี้จะส่งตัวอย่างคอนกรีตไปตรวจสอบความแข็งแรงและความคงทนต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบฝายน้ำล้นในพื้นที่ อ.สามง่าม และ อ.วชิรบารมี รวม 5 แห่ง ซึ่งเป็นโครงการของผู้รับเหมารายเดียวกันทั้งหมด โดยมีการตรวจรับงานแล้ว 4 โครงการ และเกิดความเสียหาย ขณะที่อีก 1 โครงการ ในพื้นที่ ต.บึงบัว ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง
ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ยังฝากเป็นอุทาหรณ์ถึงคณะกรรมการตรวจรับงานว่า ควรลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามแบบแปลน ซึ่งอาจเกิดจากการละเว้นหรือละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่ความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการและประชาชน
ด้านนายอนุวัฒน์ ศรีเมือง ผู้อำนวยการกองช่าง อบจ.พิจิตร กล่าวว่า เมื่อพบว่างานก่อสร้างบางส่วนไม่เป็นไปตามแบบแปลน ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการดำเนินการตามเงื่อนไขการรับประกันผลงานก่อสร้าง โดยให้ผู้รับจ้างเข้ามาแก้ไขให้ถูกต้องตามสัญญาจ้าง ซึ่งผู้รับจ้างได้ประสานและยินดีเข้าดำเนินการแล้ว
“เราจะเร่งประสานให้ผู้รับจ้างเข้ามาแก้ไขโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบด้านการกักเก็บน้ำ ส่วนข้อเสนอของชาวบ้านเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบระบายน้ำนั้น จะนำไปพิจารณาในระยะต่อไป” นายอนุวัฒน์ กล่าว
นายอนุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนการตรวจรับงานเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ส่วนการควบคุมงานเป็นหน้าที่ร่วมกันของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง โดยในฐานะประธานกรรมการตรวจรับและผู้อำนวยการกองช่าง ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้ขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดพิจิตร จะขยายผลตรวจสอบฝายน้ำล้นที่ก่อสร้างแล้วทั้งหมดทั้ง 28 แห่ง ว่ามีการดำเนินงานถูกต้องและเป็นไปตามแบบแปลนที่กำหนดไว้หรือไม่