โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โซเชียลแห่อาลัย “หนุ่มอนาคตไกล” จบป.โท เก่ง 6 ภาษา หนึ่งในเหยื่อรถไฟชนรถเมล์

Thaiger

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Thaiger ข่าวไทย

โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวสุดเศร้า อาลัยชายวัย 34 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์สาย 206 ที่มักกะสัน ระบุเป็นคนเก่ง จบปริญญาโทออสเตรเลีย และพูดได้ถึง 6 ภาษา ขณะที่ตำรวจเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตที่เหลือ

จากกรณีอุบัติเหตุสลด รถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 จนเกิดเพลิงไหม้ บริเวณทางตัดใกล้สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 8 ราย ล่าสุดโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนจำนวนมาก

เฟซบุ๊ก เพจสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว และผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียหลายราย โพสต์ข้อความไว้อาลัยถึงหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ โดยมีการแชร์ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวเป็นชายหนุ่มอนาคตไกลวัย 35 ปี มีประวัติการศึกษาดีเยี่ยม จบปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และคว้าใบปริญญาโทจากประเทศออสเตรเลีย

ข้อมูลบนโซเชียลยังระบุด้วยว่า ชายหนุ่มคนนี้เป็นผู้ที่มีความสามารถสูง สามารถสื่อสารได้ถึง 6 ภาษา และในวันเกิดเหตุ เขากำลังเดินทางไปคุยงานกับชาวต่างชาติ ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างกะทันหัน โพสต์ดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเสียใจและเสียดายบุคลากรที่มีความสามารถเป็นจำนวนมาก

ภาพจาก : FB/สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว, FB/Drama-addict, FB/ดาวแปดแฉก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องประวัติการศึกษาและความสามารถดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อมูลที่มีการแชร์ต่อกันในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ขณะที่รายงานข่าวอย่างเป็นทางการระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยืนยันชื่อและอัตลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตได้แล้ว 2 ราย คือ นายทีฆา อุตมากร อายุ 34 ปี และ น.ส.เทียม พวงยอด อายุ 57 ปี ซึ่งอายุของนายทีฆามีความใกล้เคียงกับข้อมูลชายวัย 35 ปีในโลกออนไลน์

ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 6 รายยังอยู่ระหว่างรอการพิสูจน์อัตลักษณ์ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ สำหรับความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...