โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.ที่ดินฯ เตรียมศึกษาแก้ พ.ร.บ.อุทยานฯ-ป่าสงวนแห่งชาติ

Nation Online

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กมธ.ที่ดินฯ ลุย 2 ปมร้อน “ป่าภูเก็ต-ที่ดินเชียงใหม่” เตรียมศึกษาแก้ พ.ร.บ.อุทยานฯ-ป่าสงวน นำสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายยึดเป็นของแผ่นดินใช้ประโยชน์ส่วนรวม ลั่น! ต้องไม่ฝืนคำสั่งศาล-ผู้กระทำผิดต้องรับโทษ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ที่พิจารณาการจัดการสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่ศาลสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิใน จังหวัดภูเก็ต และการบุกรุกป่าต้นน้ำ เพื่อทำไร่ขิงใน อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ว่า คณะกรรมาธิการการที่ดินฯ หนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ยึดคืนที่ดินของรัฐ และฟื้นฟูเพื่อประชาชน เช่น การทำเป็น “ป่านันทนาการ” ซึ่งบางพื้นที่ใน จังหวัดภูเก็ต (ป่าเทือกเขานาคเกิด) ได้ประกาศไปแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การทุบทิ้งอาคารขนาดใหญ่ก่อขยะและปล่อยคาร์บอนมหาศาล จึงควรหาทางนำทรัพย์สินที่รัฐได้คืนมา ใช้ให้คุ้มค่า

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาข้อกฎหมาย พบว่า ในพื้นที่อนุรักษ์ กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ผิดกฎหมาย และมีความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาวางแนวไว้เช่นนั้น การจะนำอาคารมาปรับใช้เพื่อ ส่วนรวมจึงต้องแก้ไขกฎหมายก่อน ที่ประชุมจึงมีแนวทางที่จะศึกษาร่างแก้ไขพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ผ่านกระบวนการของสภาอย่างรอบคอบ

คณะกรรมาธิการฯ ย้ำหลักประกันชัดเจนว่า แนวทางนี้ ไม่ลบล้างคำพิพากษา คดีที่ศาลสั่งให้รื้อถอนก็ต้องรื้อถอนตามคำสั่งศาล ไม่เอื้อประโยชน์แก่ผู้กระทำผิด ผู้กระทำผิดยังต้องรับโทษทุกประการและรัฐจะเป็น ผู้ดำเนินการเองอย่างโปร่งใส นำรายได้เข้าแผ่นดิน ส่วนที่ จังหวัดเชียงใหม่ กรณีกลุ่มทุนจากนอกพื้นที่นำเครื่องจักรหนักบุกรุกไถป่าต้นน้ำบนดอยป่าหนา ตำบลแม่ทะลบ เพื่อปลูกขิง ทำให้ดิน ตะกอน และสารเคมี ไหลลงอ่างเก็บน้ำแม่ทะลบจนตื้นเขินและเสี่ยงปนเปื้อนน้ำประปาของชุมชน จนชาวบ้านกว่า 300 คนรวมตัวเรียกร้อง ซึ่งคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ เร่งรัดให้หยุดการบุกรุกทันที ตรวจสอบ คุณภาพน้ำ เร่งทวงคืนและฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และดำเนินคดีกับตัวการอย่างจริงจัง พร้อมย้ำถึงองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ให้เข้มงวดกรณีพื้นที่เช่ากว่า 11,441 ไร่ ถูกบุกรุกไปแล้วกว่าร้อยละ 70 และป่าอนุรักษ์ต้นน าราว 247 ไร่ ถูกทำลาย

“ทรัพย์สินและป่าไม้เหล่านี้เป็นของส่วนรวม เราจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ทั้ง จ.ภูเก็ต จ.เชียงใหม่ หรือที่ใดในประเทศ แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบกฎหมายและเคารพคำพิพากษา เมื่อกฎหมายยังไม่เปิดช่อง เราก็ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ศึกษาแก้กฎหมายอย่างรอบคอบ ส่วนป่าต้นน้ำนั้น น้ำสะอาดคือชีวิตของชาวบ้าน เราจะไม่ยอมให้ใครทำลายเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ซึ่ง กมธ.ที่ดินฯ จะติดตามความคืบหน้าทั้ง 2 เรื่องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทรัพยากรของส่วนรวมเกิด ประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ภายใต้กรอบกฎหมายและความเป็นธรรม” ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...