โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ฮ่องกง” คุมเข้มบัญชีชาวจีน หลังจีนเปิดฉากปราบปรามลงทุนข้ามพรมแดนผิดกฎหมายครั้งใหญ่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ค. เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. เวลา 09.17 น.

"ฮ่องกง" คุมเข้มบัญชีชาวจีน หลังจีนเปิดฉากปราบปรามลงทุนข้ามพรมแดนผิดกฎหมายครั้งใหญ่ พร้อมบังคับตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุน

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารในฮ่องกงกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกค้าชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ต้องการเปิดบัญชีเงินฝากและบัญชีลงทุน หลังทางการจีนเดินหน้าปราบปรามการลงทุนข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อสกัดเงินทุนไหลออกนอกประเทศ

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า ธนาคารจีนรายใหญ่บางแห่งที่ดำเนินธุรกิจในฮ่องกง ได้ระงับการเปิดบัญชีลงทุนและบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) สำหรับลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ชั่วคราว ขณะที่หลายธนาคารยังเพิ่มเงื่อนไขสำหรับการเปิดบัญชีเงินฝาก รวมถึงเข้มงวดกระบวนการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินมากขึ้น

นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลของฮ่องกงยังสั่งให้ธนาคารเพิ่มแบบรับรองแหล่งที่มาของเงินสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดบัญชีลงทุน โดยลูกค้าจะต้องยืนยันว่า เงินที่ใช้ลงทุนมาจากนอกจีนแผ่นดินใหญ่

ที่ผ่านมา ชาวจีนจำนวนมากนิยมเดินทางมาเปิดบัญชีในฮ่องกง เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการควบคุมเงินทุนของรัฐบาลจีน ซึ่งกำหนดให้ประชาชนซื้อเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกิน 50,000 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี โดยกระแสเงินทุนจากจีนถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธนาคารรายใหญ่ในฮ่องกงมาโดยตลอด

มาตรการเข้มงวดล่าสุดเกิดขึ้นหลังจีนเปิดฉากกวาดล้างการลงทุนข้ามพรมแดนผิดกฎหมายอย่างหนัก โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) ได้สั่งปรับโบรกเกอร์ออนไลน์ 3 แห่งรวมกว่า 330 ล้านดอลลาร์ ฐานให้บริการนักลงทุนในจีนโดยไม่มีใบอนุญาต

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับจากช่วงปลายปี 2565 ที่ทางการจีนเคยสั่งให้แพลตฟอร์มโบรกเกอร์ออนไลน์แก้ไขการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย และหยุดรับลูกค้าใหม่จากจีนแผ่นดินใหญ่

ขณะเดียวกันหน่วยงานจัดเก็บภาษีของจีนยังเร่งตรวจสอบรายได้ในต่างประเทศของชาวจีนมากขึ้น เพื่อเพิ่มการจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินและรายได้ที่อยู่นอกประเทศ

ฝั่งฮ่องกงเองก็เพิ่มการกำกับดูแลเช่นกัน โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฮ่องกง (SFC) ได้สั่งให้บริษัทโบรกเกอร์ตรวจสอบกระบวนการเปิดบัญชีลูกค้าใหม่ หลังพบปัญหาการปลอมแปลงเอกสารและการกำกับดูแลธุรกรรมข้ามพรมแดนที่หละหลวม

ภายใต้มาตรการใหม่ โบรกเกอร์ในฮ่องกงต้องปิดบัญชีที่เปิดด้วยเอกสารต้องสงสัยหรือปลอมแปลงทันที รวมถึงบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวและไม่มีเงินคงเหลือ ขณะเดียวกัน การฝาก ถอน หรือชำระเงินจะต้องทำผ่านบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อของลูกค้าเองเท่านั้น และผู้ลงทุนต้องลงนามรับรองข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างขั้นตอนเปิดบัญชี

ด้านธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ก็ออกหนังสือเวียนความยาว 5 หน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน กำหนดให้ธนาคารต้องปิดบัญชีลงทุนที่เปิดด้วยเอกสารน่าสงสัยหรือปลอมแปลง และต้องขอหนังสือรับรองจากนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มเติม

สมาคมธนาคารฮ่องกงระบุว่า ภาคธนาคารจะให้ความร่วมมือกับแนวทางใหม่ของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้กระบวนการเปิดบัญชีดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันว่า แนวทางใหม่จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเปิดบัญชีโดยรวม

รายงานของ Institute of International Finance (IIF) คาดว่า เงินทุนราว 5 แสนล้านดอลลาร์อาจไหลออกจากจีนในช่วงปี 2568-2569

ก่อนหน้านี้ ธนาคาร BOC Hong Kong รายงานว่า จำนวนลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้น 21% ในปี 2568 ขณะที่ HSBC Holdings ระบุว่า จำนวนลูกค้าในฮ่องกงเพิ่มขึ้นราว 30% นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 โดยกว่า 2 ใน 3 เป็นลูกค้าที่ไม่ได้พำนักอยู่ในฮ่องกง และช่วยผลักดันมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนเติบโต 20%

ด้าน Standard Chartered เปิดเผยว่า บริษัทมีลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งรายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 275,000 รายในปี 2568 โดยฮ่องกงถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของธนาคารในกลุ่มนี้

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...