“ฮ่องกง” คุมเข้มบัญชีชาวจีน หลังจีนเปิดฉากปราบปรามลงทุนข้ามพรมแดนผิดกฎหมายครั้งใหญ่
"ฮ่องกง" คุมเข้มบัญชีชาวจีน หลังจีนเปิดฉากปราบปรามลงทุนข้ามพรมแดนผิดกฎหมายครั้งใหญ่ พร้อมบังคับตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุน
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารในฮ่องกงกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกค้าชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ต้องการเปิดบัญชีเงินฝากและบัญชีลงทุน หลังทางการจีนเดินหน้าปราบปรามการลงทุนข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อสกัดเงินทุนไหลออกนอกประเทศ
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า ธนาคารจีนรายใหญ่บางแห่งที่ดำเนินธุรกิจในฮ่องกง ได้ระงับการเปิดบัญชีลงทุนและบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) สำหรับลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ชั่วคราว ขณะที่หลายธนาคารยังเพิ่มเงื่อนไขสำหรับการเปิดบัญชีเงินฝาก รวมถึงเข้มงวดกระบวนการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินมากขึ้น
นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลของฮ่องกงยังสั่งให้ธนาคารเพิ่มแบบรับรองแหล่งที่มาของเงินสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดบัญชีลงทุน โดยลูกค้าจะต้องยืนยันว่า เงินที่ใช้ลงทุนมาจากนอกจีนแผ่นดินใหญ่
ที่ผ่านมา ชาวจีนจำนวนมากนิยมเดินทางมาเปิดบัญชีในฮ่องกง เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการควบคุมเงินทุนของรัฐบาลจีน ซึ่งกำหนดให้ประชาชนซื้อเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกิน 50,000 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี โดยกระแสเงินทุนจากจีนถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธนาคารรายใหญ่ในฮ่องกงมาโดยตลอด
มาตรการเข้มงวดล่าสุดเกิดขึ้นหลังจีนเปิดฉากกวาดล้างการลงทุนข้ามพรมแดนผิดกฎหมายอย่างหนัก โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) ได้สั่งปรับโบรกเกอร์ออนไลน์ 3 แห่งรวมกว่า 330 ล้านดอลลาร์ ฐานให้บริการนักลงทุนในจีนโดยไม่มีใบอนุญาต
การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับจากช่วงปลายปี 2565 ที่ทางการจีนเคยสั่งให้แพลตฟอร์มโบรกเกอร์ออนไลน์แก้ไขการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย และหยุดรับลูกค้าใหม่จากจีนแผ่นดินใหญ่
ขณะเดียวกันหน่วยงานจัดเก็บภาษีของจีนยังเร่งตรวจสอบรายได้ในต่างประเทศของชาวจีนมากขึ้น เพื่อเพิ่มการจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินและรายได้ที่อยู่นอกประเทศ
ฝั่งฮ่องกงเองก็เพิ่มการกำกับดูแลเช่นกัน โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฮ่องกง (SFC) ได้สั่งให้บริษัทโบรกเกอร์ตรวจสอบกระบวนการเปิดบัญชีลูกค้าใหม่ หลังพบปัญหาการปลอมแปลงเอกสารและการกำกับดูแลธุรกรรมข้ามพรมแดนที่หละหลวม
ภายใต้มาตรการใหม่ โบรกเกอร์ในฮ่องกงต้องปิดบัญชีที่เปิดด้วยเอกสารต้องสงสัยหรือปลอมแปลงทันที รวมถึงบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวและไม่มีเงินคงเหลือ ขณะเดียวกัน การฝาก ถอน หรือชำระเงินจะต้องทำผ่านบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อของลูกค้าเองเท่านั้น และผู้ลงทุนต้องลงนามรับรองข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างขั้นตอนเปิดบัญชี
ด้านธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ก็ออกหนังสือเวียนความยาว 5 หน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน กำหนดให้ธนาคารต้องปิดบัญชีลงทุนที่เปิดด้วยเอกสารน่าสงสัยหรือปลอมแปลง และต้องขอหนังสือรับรองจากนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มเติม
สมาคมธนาคารฮ่องกงระบุว่า ภาคธนาคารจะให้ความร่วมมือกับแนวทางใหม่ของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้กระบวนการเปิดบัญชีดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันว่า แนวทางใหม่จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเปิดบัญชีโดยรวม
รายงานของ Institute of International Finance (IIF) คาดว่า เงินทุนราว 5 แสนล้านดอลลาร์อาจไหลออกจากจีนในช่วงปี 2568-2569
ก่อนหน้านี้ ธนาคาร BOC Hong Kong รายงานว่า จำนวนลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้น 21% ในปี 2568 ขณะที่ HSBC Holdings ระบุว่า จำนวนลูกค้าในฮ่องกงเพิ่มขึ้นราว 30% นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 โดยกว่า 2 ใน 3 เป็นลูกค้าที่ไม่ได้พำนักอยู่ในฮ่องกง และช่วยผลักดันมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนเติบโต 20%
ด้าน Standard Chartered เปิดเผยว่า บริษัทมีลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งรายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 275,000 รายในปี 2568 โดยฮ่องกงถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของธนาคารในกลุ่มนี้
อ้างอิง : bloomberg.com