สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : หนังจีนม้ามืด ‘จดหมายรักถึงอาม่า’ ผูกโยงสายใย ‘ชาวจีนโพ้นทะเล’ ในไทย
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
กรุงเทพฯ, 26 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานนี้ ภาพยนตร์จีนเรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” (Dear You) กลายเป็นม้ามืดที่ได้รับความนิยมบนแผ่นดินใหญ่ของจีน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวสายสัมพันธ์จีน-ไทย ผ่านชีวิตของชาวเฉาซ่านที่อพยพมาอยู่ไทยเพื่อทำมาหากิน และใช้ “เฉียวผี” หรือจดหมายแนบเงินหลายต่อหลายฉบับเป็นสะพานเชื่อมโยงสายใยความผูกพันกับครอบครัวที่อยู่ห่างไกลข้ามน้ำข้ามทะเล
“จดหมายรักถึงอาม่า” บอกเล่าเรื่องราวเมื่อหลายสิบปีก่อนของ “เจิ้งมู่เซิง” ชายหนุ่มจากภูมิภาคเฉาซ่านของจีน ผู้ถูกสถานการณ์ชีวิตบีบบังคับให้ต้องจำจากจรภรรยา “เย่ซูโหรว” ลงเรือมาไทยเพื่อหาเงิน โดยเจิ้งคอยส่งจดหมายแนบเงินกลับไปให้ภรรยาและลูกทั้งสามคน ส่วนเย่อาศัยอยู่บ้านเดิมกับกล่องจดหมายฉบับสีเหลืองแสนรัก เฝ้ารอคอยการกลับมาของสามีโดยหารู้ไม่ว่าเจิ้งสิ้นลมในไทยตั้งแต่ปี 1960
อย่างไรก็ดี เซี่ยหนานจือ ลูกสาวเจ้าของบ้านเช่าที่เจิ้งมู่เซิงเคยอาศัยอยู่ ไม่อยากทำลายความหวังของครอบครัวที่อยู่ห่างไกล จึงเป็นคนเขียนจดหมายแนบเงินแทนเจิ้งนานถึง 18 ปี และกว่าเย่ซูโหรวจะรู้ความจริง เธอก็ร่วงโรยเข้าสู่วัยชราแล้ว และสุดท้ายเย่ได้พบกับเซี่ยหนานจือวัยชรา ซึ่งแสดงโดยยายแต๋ว อุษา เสมคำ ผู้เป็นที่จดจำจากบทอาม่าเหม้งจูในภาพยนตร์ “หลานม่า” ชื่อดัง
จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาไทยตั้งแต่อายุ 15 ปี ให้สัมภาษณ์ว่าภาพยนตร์เรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” นั้นฉายภาพชีวิตของชาวเฉาซ่านที่อพยพมาทำมาหากินในไทยตอนนั้นได้อย่างสมจริง และความเมตตาของเซี่ยหนานจือที่มีต่อเย่ซูโหรวนั้นเหมือนกับจิตวิญญาณที่ชาวจีนในไทยสืบทอดกันมาหลายรุ่น นั่นคือชาวจีนในไทยต่างช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
ทุกวันนี้หากเดินเที่ยว “ถนนเยาวราช” จะยังคงได้กลิ่นอายเฉาซ่านอย่างเข้มข้น เพราะมีการสื่อสารด้วยภาษาถิ่นเฉาซ่านและภาษาไทยปะปนกันเป็นเรื่องปกติ ร้านค้าหลายแห่งจำหน่ายอาหารเฉาซ่าน รวมถึงมีคำว่า “ซ่านโถว” (ซัวเถา) หรือ “เฉาโจว” (แต้จิ๋ว) ปรากฏให้เห็น ขณะที่ไม่ไกลกันมี “ถนนสำเพ็ง” ที่สมัยก่อนเคยเป็นศูนย์กลางการส่งจดหมายแนบเงินของแรงงานชาวจีนโพ้นทะเลในไทย
ทั้งนี้ กระแสความนิยมของภาพยนตร์เรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนไม่น้อยปักหมุดถนนเยาวราชเป็นหนึ่งในสถานที่ห้ามพลาดเช็กอินเมื่อมาเยือนไทย เช่น หลินซงเฟิง จากเมืองซ่านโถว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ที่เผยว่าเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากในอดีตถือเป็นฉากหลังอันอบอุ่นของสายสัมพันธ์ “จีนไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน”
หลินเสริมว่าปัจจุบันระยะห่างระหว่างจีนกับไทยไม่ได้ห่างไกลเหมือนดังอดีตที่มีคำกล่าวว่า “จากกันคราเดียว ย่อมยากพบพาน” อีกต่อไป เนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้า ความร่วมมือทางการลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นและทำให้เรื่องราวการ “ลงใต้” ของชาวจีนโพ้นทะเลในยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง