โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ป.ป.ส. ย้ำ”ไรเดอร์”ที่เข้าให้ปากคำ ไม่ใช่คนส่งเฮโรอีนให้”แอร์สาว”

INN News

อัพเดต 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.08 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ป.ป.ส. เคลียร์ชัด ไรเดอร์ที่เข้าให้ปากคำไม่ใช่คนส่งเฮโรอีนให้แอร์โฮสเตสสาว พบส่งคนละวัน-คนละพัสดุ เร่งล่าไรเดอร์ตัวจริง พร้อมขอผู้เคยติดต่อเฟซบุ๊ก “โรส” เข้าให้ข้อมูล

วันนี้ (1 ก.ค.69) พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยความคืบหน้าคดีนางสาวมีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระที่นำเข้าประเทศ

โดยในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เชิญไรเดอร์ที่ปรากฏในภาพข่าวขณะนำพัสดุไปส่งยังคอนโดมิเนียมของนางสาวมีนา มาให้ปากคำเพิ่มเติม ภายหลังเมื่อวานนี้ไรเดอร์รายดังกล่าวได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

พันตำรวจตรี สุริยา เปิดเผยว่า ไรเดอร์รายดังกล่าวให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี แต่ไม่ประสงค์เปิดเผยใบหน้าและชื่อ โดยผลการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า ไรเดอร์คนนี้ไม่ใช่บุคคลที่ ป.ป.ส. กำลังติดตามตัว หลังจากเมื่อวานเจ้าหน้าที่ได้แถลงข่าวขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ภาพบุคคลที่นำพัสดุต้องสงสัยไปส่งให้นางสาวมีนา จนทำให้ไรเดอร์รายนี้เข้ามาแสดงตัว

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลการจัดส่ง พบว่าไรเดอร์รายดังกล่าวเป็นผู้ส่งพัสดุให้นางสาวมีนาจริง แต่เป็นการส่งคนละวันและคนละรายการกับพัสดุที่บรรจุเฮโรอีน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า พัสดุที่ซุกซ่อนเฮโรอีนถูกนำไปส่งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน เวลาประมาณ 12.00 น.กว่าๆ ขณะที่ไรเดอร์ที่เข้าให้ปากคำในวันนี้นำพัสดุไปส่งเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน เวลา 11.10 น. โดยมีความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งลักษณะการแต่งกาย ยานพาหนะ และกล่องพัสดุ

สำหรับไรเดอร์ที่นำกล่องพัสดุบรรจุเฮโรอีนไปส่งนั้นเป็น “แกร็ป” สวมเสื้อฮู้ดสีดำ ใช้รถยนต์สีเข้ม และพัสดุเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์แพ็กกิ้งทั่วไป ส่วนไรเดอร์ที่เข้าให้ปากคำในวันนี้ สวมเสื้อของบริษัทแฟลชพร้อมสวมฮู้ด ใช้รถจักรยานยนต์ และนำส่งพัสดุกล่องสีดำ จึงยืนยันได้ว่าเป็นคนละบุคคล

เลขาธิการ ป.ป.ส. ย้ำว่า หากไรเดอร์ผู้ที่นำส่งพัสดุเฮโรอีนมีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำความผิด จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน แต่หากเป็นเพียงผู้รับจ้างส่งของโดยสุจริต และสามารถแสดงเอกสารหรือข้อมูลการรับงานได้ครบถ้วน ก็จะไม่มีความผิด พร้อมขอให้ไรเดอร์ผู้ที่เกี่ยวข้องรีบเข้ามาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่โดยเร็ว

ขณะนี้ ป.ป.ส. ได้ประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง

ส่วนความคืบหน้าการสืบสวนผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “โรส” และบัญชีที่ใช้ชื่อ “มันแป้งที่แปลว่าแป้ง” นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ แต่ยืนยันว่าเฟซบุ๊กชื่อ “โรส” เป็นผู้ที่ติดต่อกับนางสาวมีนาเพื่อให้ดำเนินการส่งยาเสพติดล็อตนี้ไปยังประเทศออสเตรเลียจริง แม้บัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวจะถูกปิดไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังพบร่องรอยข้อมูลดิจิทัลที่สามารถใช้ขยายผลการสืบสวนได้

ป.ป.ส. ยังขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน หากผู้ใดเคยได้รับการว่าจ้างผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “โรส” หรือมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน ขอให้รีบติดต่อมายังสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายวันนี้ ป.ป.ส. จะประชุมร่วมกับตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) และเจ้าหน้าที่ศุลกากรออสเตรเลีย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและอัปเดตความคืบหน้าของคดี โดยทั้งสองประเทศมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและมีปฏิบัติการร่วมกันอย่างต่อเนื่องในการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

พันตำรวจตรี สุริยา ระบุเพิ่มเติมว่า จากการสืบสวนพบชัดเจนว่า เครือข่ายค้ายาเสพติดในคดีนี้มีทั้งผู้ร่วมขบวนการชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยรูปแบบการลำเลียงยาเสพติดที่พบที่ผ่านมาแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การซุกซ่อนยาในบรรจุภัณฑ์จากต่างประเทศแล้วส่งเข้ามาในประเทศไทย และการนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยก่อน จากนั้นจึงทำการบรรจุหรืออำพรางใหม่ภายในประเทศ แล้วส่งต่อไปยังปลายทางต่างประเทศ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...