โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะเบื้องหลังยักษ์ค้าปลีก-ค้าส่งไทย ‘ทำเล-ดาต้า’ คือสินทรัพย์ล้ำค่า ม้าเร็วที่เร่งการเติบโตให้ธุรกิจ

TODAY Bizview

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งที่รุนแรงขึ้นจากทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์และผู้เล่นที่หลากหลาย ปัจจัยที่สะท้อนความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการในระยะยาวไม่ได้อยู่ที่ขนาดธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการมีสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องใช้เวลาและการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลที่ตั้ง เครือข่ายสาขา และฐานข้อมูลผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่ตลาดของผู้เล่นรายใหม่

ทำไม “ดาต้า” และ “ทำเล” เป็นปราการเหล็กของผู้นำตลาด

จากการวิเคราะห์โครงสร้างตลาดค้าปลีก-ค้าส่งของไทย จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น Big C, CPALL และ Makro (CPAXT) ล้วนถือครองขุมทรัพย์สำคัญ 2 สิ่ง

อย่างแรก คือเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ ซึ่งตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ยังนิยมเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลีก โดยผลสำรวจ Voice of the Consumer Survey ปีล่าสุดจาก PwC ระบุว่า แม้ช่องทางดิจิทัลจะเติบโตแต่ผู้บริโภคชาวไทยสูงถึง 99% ยังคงเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านค้าปลีกดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน

อย่างที่สอง คือ ฐานข้อมูลสมาชิกขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสาขาในทำเลยุทธศาสตร์ต่างๆ เนื่องจากหน้าร้านจะทำหน้าที่เสมือนสถานีรับข้อมูลพฤติกรรมที่จะคอยเปลี่ยนทราฟฟิกลูกค้าในโลกออฟไลน์ให้กลายเป็นบิ๊กดาต้าไหลกลับสู่ระบบหลังบ้าน ประโยชน์ที่บิ๊กเพลเยอร์เหล่านี้ได้รับจึงไม่ใช่แค่ยอดขายรายวัน

แต่คือการได้มาซึ่งข้อมูลการบริโภคที่แท้จริงแบบเรียลไทม์ เกิดเป็นพลังที่ช่วยให้องค์กรใหญ่สามารถพยากรณ์ดีมานด์ล่วงหน้า บริหารซัพพลายเชนและสต็อกสินค้าได้อย่างแม่นยำ จนเกิดข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ผู้เล่นหน้าใหม่ไม่สามารถไล่ตามได้ทันในระยะสั้น

ถอดรหัสระบบนิเวศค้าปลีก-ค้าส่งไทย ใครคือม้าเร็วมาแรงในเกมนี้

จากอินไซต์ข้างต้น หนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนภาพ “ม้าเร็วตัวจริง” ของสมรภูมิค้าปลีกยุคใหม่ได้ชัดที่สุด คือ เซ็นทรัล รีเทล หรือ CRC ผู้นำค้าปลีก-ค้าส่งของไทย ที่ไม่ได้แข่งขันเพียง “สงครามราคา” หรือ “ขนาดธุรกิจ” แต่กำลังนำเกมด้วย “ระบบนิเวศค้าปลีก-ค้าส่ง” ที่แข็งแกร่งและครบวงจรที่สุดในภูมิภาค

โดยจุดแข็งสำคัญของ CRC คือการเป็นผู้เล่นเพียงไม่กี่รายที่สามารถเชื่อมโยงธุรกิจครอบคลุมทุก Life Stage และ Lifestyle ของผู้บริโภค ตั้งแต่กลุ่มฟู้ด แฟชั่น ฮาร์ดไลน์ ไปจนถึงศูนย์การค้า ผ่านเครือข่ายสาขาขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ CRC ครอบครอง “Data Ecosystem” ขนาดมหาศาล ด้วยจำนวนสมาชิก The 1 มากกว่า 23 ล้านคนในประเทศไทย และอีกกว่า 5.8 ล้านคนในเวียดนาม สะท้อนความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์ ทุกระดับกำลังซื้อ และทุกพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ

สิ่งที่ทำให้ CRC แตกต่าง คือการไม่ได้มอง “ดาต้า” เป็นเพียงข้อมูลในระบบ แต่ยกระดับไปสู่การเป็น “Competitive Advantage” ที่ใช้ทำความเข้าใจและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ความนิยมของสินค้าในแต่ละทำเล ระดับราคาที่ลูกค้ายอมจ่าย ความถี่ในการเข้าร้าน ไปจนถึงสินค้าที่นิยมซื้อควบคู่กัน (Cross-category shopping) ซึ่งอินไซต์เหล่านี้ถูกนำไปต่อยอดสู่การเชื่อม Customer Journey ระหว่างกลุ่มธุรกิจ สร้าง Personalized Marketing และพัฒนา Loyalty Ecosystem ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้แบบเฉพาะบุคคลในทุก Touchpoint

กลยุทธ์ Multi-format “ถูกที่ ถูกเวลา” ในตลาดไทยและเวียดนาม

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจของ เซ็นทรัล รีเทล คือการใช้ กลยุทธ์ Multi-format ที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยใช้ข้อมูลมาตัดสินใจเลือกรูปแบบร้านค้าให้เหมาะสมที่สุดตามศักยภาพทำเลและกลุ่มเป้าหมาย ผ่านจุดขายในประเทศไทยที่มีจำนวนมากกว่า 3,000 ร้านค้า ครอบคลุมใน 63 จังหวัดทั่วไทย ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และศูนย์การค้า

ส่วนฝั่งเวียดนาม มีจำนวนร้านค้าทั้งสิ้นมากกว่า 300 ร้านค้า ครอบคลุมใน 26 จังหวัด จาก 34 จังหวัด โดยตัวอย่างของการเลือกรูปแบบร้านค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด อาทิ

  • TOPS DAILY บุกชิงพื้นที่ชุมชนทั่วไทย พร้อมเสริมความแกร่งด้วยโมเดล Tops Daily x Tops Wine Cellar ในย่านแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง (High Spenders) โดยเฉพาะ
  • Robinson Lifestyleทำหน้าที่เป็นหัวหอกสำคัญในการยึดทำเลในเมืองรอง ตอกย้ำ Positioning ในการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตสำหรับครอบครัวยุคใหม่
  • ไทวัสดุขยายอาณาจักรสินค้าเกี่ยวกับบ้านด้วยโมเดล Hybrid อย่างไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เพื่อสอดรับกับความต้องการงานก่อสร้างและตกแต่งบ้านในทุกมิติของแต่ละพื้นที่ทั่วไทย
  • GO WHOLESALEศูนย์ค้าส่งอาหารครบวงจรที่ขยายตัวครอบคลุมหลายภูมิภาค เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร จัดเลี้ยง) ที่กำลังเติบโต
  • ศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต mini go!ที่เร่งเครื่องขยายสาขาในเมืองหลักของเวียดนาม เน้นเจาะกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและกำลังซื้อขยายตัวรวดเร็ว พร้อมทั้งวางแบรนด์ Lanchi Mart สำหรับเจาะพื้นที่แถบชานเมือง เพื่อจับกลุ่มกำลังซื้อท้องถิ่น

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า CRC ไม่ได้กำลัง “ขยายสาขา” แต่กำลังสร้าง Retail & Wholesale Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งทำเล ดาต้า แบรนด์ และพฤติกรรมผู้บริโภคเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ และในวันที่ค้าปลีกยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคา

แต่แข่งขันด้าน “ความเข้าใจผู้บริโภค” ผู้เล่นที่มีทั้งเครือข่ายสาขา ระบบ Omnichannel ที่เชื่อมประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมด้วย Big Data ที่แข็งแกร่งที่สุด ย่อมเป็นผู้ที่ได้เปรียบในเกมระยะยาว ซึ่งวันนี้ CRC กำลังพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า CRC ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นรายใหญ่ของอุตสาหกรรม แต่คือ “ผู้นำเกม” ที่กำลังกำหนดทิศทางใหม่ของค้าปลีกและค้าส่งไทยในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...