โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยบนทางแยก ถอดรหัสจุดเปลี่ยนและทางรอดสู่กลยุทธ์ ‘Dual Track’ เพื่อรั้งเก้าอี้ Detroit of Asia

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยบนทางแยก ถอดรหัสจุดเปลี่ยนและทางรอดสู่กลยุทธ์ ‘Dual Track’ เพื่อรั้งเก้าอี้ Detroit of Asia

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับคลื่นแห่งความท้าทายครั้งใหญ่ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) คำถามสำคัญที่หลายคนจับตาคือ ประเทศไทยจะยังคงรักษาฉายา ‘Detroit of Asia’ ไว้ได้หรือไม่ หรืออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะถูกพลิกโฉมไปทิศทางใด

ประเด็นสำคัญ

  • ‘รถกระบะ’ หินแกร่งที่กำลังถูกกัดกร่อนและท้าทาย
  • ทางรอดคือการไม่เลือก สู่กลยุทธ์ ‘Dual Track Strategy’

ฐิตา เภกานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยถูกพลิกโฉมอย่างชัดเจนใน 2 มิติหลัก ได้แก่

  • มิติด้านการผลิต (Manufacturing): มีผู้เล่นรายใหม่ๆ โดยเฉพาะค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เข้ามาตั้งโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ในไทยมากขึ้น จนสามารถส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) จากไทยไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกได้ ในขณะเดียวกัน เจ้าตลาดเดิมอย่างค่ายรถญี่ปุ่นก็ปรับเปลี่ยนสายการผลิตในไทยโดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) มากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก (xEV) ได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการผลิตของไทยอย่างเต็มตัว
  • มิติด้านตลาดในประเทศ (Domestic Market): นับตั้งแต่ปี 2022 ที่ภาครัฐเริ่มส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ส่งผลให้ในระยะเวลาเพียง 3-4 ปี ไทยมีปริมาณรถยนต์ BEV สะสมบนท้องถนนมากถึง 340,000 คัน หรือคิดง่ายๆ คือในรถ 10 คันที่วิ่งผ่าน จะเป็นรถ BEV อย่างน้อย 1 คัน นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังตื่นตัวเรื่องการประหยัดพลังงาน ทำให้รถยนต์ไฮบริดได้รับอานิสงส์ยอดขายเติบโตตามไปด้วย จน SCB EIC ประเมินว่า ในปี 2026 ยอดขายกลุ่มรถยนต์ xEV (ไฮบริดร่วมกับ BEV) มีแนวโน้มจะก้าวขึ้นแซงหน้ารถยนต์สันดาปเป็นครั้งแรกในตลาดไทย

‘รถกระบะ’ หินแกร่งที่กำลังถูกกัดกร่อนและท้าทาย

แม้ไทยจะมีความแข็งแกร่งและมีห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของ “รถกระบะ” ที่หาคู่แข่งในอาเซียนเทียบได้ยาก แต่ปัจจุบันหินแกร่งก้อนนี้กำลังเผชิญปัจจัยกดดันรอบด้าน จนยอดขายหดตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2023 โดยมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

  • ความท้าทายในประเทศ: 1. กำลังซื้อเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาเอลนีโญ 2. สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อจากปัญหาหนี้เสีย (NPL) ที่ยังไม่ดีขึ้นมากนัก และ 3. รสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนิยมรถ SUV มากขึ้นเพราะตอบโจทย์ความอเนกประสงค์ทั้งการขนคนและขนของ
  • ความท้าทายต่างประเทศ: ตลาดส่งออกหลักอย่างตะวันออกกลางเผชิญภาวะสงครามทำให้คำสั่งซื้อชะลอตัว ขณะที่ออสเตรเลียก็มีการปรับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น

ดังนั้น แม้รถกระบะจะยังเป็นจุดแข็งของไทย แต่ก็จำเป็นต้องเร่งพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทั้งเทรนด์ผู้บริโภคและกติกาโลกใหม่ที่เน้นด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้มากขึ้น

ทางรอดคือการไม่เลือก สู่กลยุทธ์ ‘Dual Track Strategy’

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่าน ประเทศไทย “ไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเป็นแค่ EV Hub หรือฐานผลิตรถสันดาปอย่างใดอย่างหนึ่ง” แต่ไทยสามารถเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Dual Track Strategy (1 อุตสาหกรรม 2 ระบบเครื่องยนต์) คือการรักษาจุดแข็งเดิมในอุตสาหกรรมรถสันดาปและรถกระบะให้คงอยู่ ควบคู่ไปกับการต่อยอดสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ให้เติบโต

การจะทำกลยุทธ์นี้ให้สำเร็จ ต้องอาศัยการบูรณาการ (Quick Win Strategy) จาก 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่

  • ภาคธุรกิจ: ต้องเร่งพัฒนาต่อยอดโปรดักต์ ทั้งรถยนต์และชิ้นส่วน (Auto parts) ให้ตอบโจทย์มาตรฐานโลกใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน เทคโนโลยี และความปลอดภัย พร้อมกับหา Growth Engine ใหม่ๆ เช่น บริการหลังการขาย การบุกตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต และการขยายพันธมิตรทางธุรกิจ
  • ภาครัฐ: ต้องสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้เล่นเก่าและใหม่ โดย ปรับมาตรการส่งเสริม (Incentive) ให้ผูกกับมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในประเทศ เช่น สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) และที่สำคัญคือต้องเปลี่ยนจุดขายของไทย จากเดิมที่เป็นเพียง “ศูนย์กลางการประกอบรถยนต์” ให้ก้าวไปสู่ EV Circular Economy หรือระบบนิเวศที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ (แบตเตอรี่) กลางน้ำ (ผลิตชิ้นส่วนประกอบรถ) ไปจนถึงปลายน้ำ (โรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV)
  • ภาคการเงิน: มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุน Transition Finance (สินเชื่อเพื่อการปรับตัว) ด้วยเงื่อนไขดอกเบี้ยหรือระยะเวลาผ่อนชำระที่เอื้อให้ธุรกิจมีทุนไปลองผิดลองถูกและเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ รวมถึงการทำ Supply Chain Financing เพื่อเติมกระแสเงินสดให้ผู้ประกอบการทุกระดับ ตั้งแต่รายใหญ่ไปจนถึง SME ในห่วงโซ่อุปทาน ให้สามารถเติบโตและปรับตัวไปพร้อมๆ กัน

หากไทยสามารถบูรณาการความร่วมมืออย่างเป็นระบบ ทั้งการรักษาจุดแข็งรถกระบะเดิม และโอบรับโอกาสใหม่จาก EV ประเทศไทยจะไม่เพียงแต่รักษาบทบาท Detroit of Asia ไว้ได้เท่านั้น แต่จะมองเห็นถึงความเข้มแข็ง ความน่าดึงดูด และขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมในอนาคต

ภาพ:Gorodenkoff / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...