BCPG โบรก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 8.80 บาท
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #BCPG โบรก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 8.80 บาท
บล.โกลเบล็ก คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG แต่ปรับลดราคาเป้าหมาย 12 เดือนลงเหลือ 8.80 บาท จากเดิม 12.00 บาท หลังปรับลดประมาณการกำไรในช่วงปี 2569-2571 เพื่อสะท้อนการขายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Hamilton Liberty และ Hamilton Patriot ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม มองว่าดีลดังกล่าวเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้น และช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายการลงทุนใหม่ในอนาคต
BCPG ประกาศขายเงินลงทุน 25% ในโรงไฟฟ้า Hamilton Liberty กำลังการผลิต 848 เมกะวัตต์ และ Hamilton Patriot กำลังการผลิต 857 เมกะวัตต์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐฯ มูลค่ารวม 575 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 18,800 ล้านบาท ภายหลังผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้สิทธิ Drag-Along ในการขายสินทรัพย์ดังกล่าว
บริษัทจะได้รับเงินสดสุทธิรวมประมาณ 426 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 13,300 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสดสุทธิหลังภาษี 354 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผลสะสมอีก 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นราว 1.6 เท่าจากต้นทุนเดิม
ฝ่ายวิจัยมองว่าการขายสินทรัพย์ครั้งนี้เป็นบวกต่อผู้ถือหุ้น เนื่องจากเป็นการขายในช่วงที่มูลค่าสินทรัพย์อยู่ในระดับเหมาะสม โดยอิง P/E ปี 2569 ที่ประมาณ 11 เท่า และ EV/EBITDA ราว 8 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่สะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจโรงไฟฟ้าในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากเทคโนโลยี AI อยู่ในระดับสูง
แม้การขายสินทรัพย์ดังกล่าวจะทำให้ BCPG สูญเสียส่วนแบ่งกำไรประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปีตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป แต่ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวจะถูกชดเชยด้วยโครงการลงทุนใหม่ที่อยู่ระหว่างศึกษาและเจรจาเข้าซื้อกิจการ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสิ้นปี 2569 และเริ่มรับรู้ผลตอบแทนในปี 2570
นอกจากนี้ การลงทุนใน Hamilton เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 และการขายออกในครั้งนี้ ยังสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยหากรวมเงินปันผลจะให้ผลตอบแทนรวมประมาณ 45% ภายในระยะเวลาเพียง 34 เดือน หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสะสม (CAGR) ราว 15% ต่อปี
แม้จะขายโรงไฟฟ้า Hamilton ทั้งสองแห่งออกไป แต่สหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ BCPG โดยบริษัทยังถือหุ้น 25% ในโรงไฟฟ้า Carroll County Energy (CCE) กำลังการผลิต 700 เมกะวัตต์ และ South Field Energy (SFE) กำลังการผลิต 848 เมกะวัตต์ ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าจะสร้างส่วนแบ่งกำไรให้บริษัทประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นราว 50% ของกำไรสุทธิที่คาดไว้ในปี 2569
บล.โกลเบล็กปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2571 ลงอย่างมีนัยสำคัญเพื่อสะท้อนการขายสินทรัพย์ดังกล่าว โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 1,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.3% YoY ขณะที่กำไรหลัก (Core Profit) อยู่ที่ 1,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY ก่อนจะปรับลดลงในปี 2570 จากการไม่มีส่วนแบ่งกำไรจาก Hamilton เข้ามาเต็มปี
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของบริษัท จากฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นหลังได้รับเงินสดจากการขายสินทรัพย์กว่า 13,800 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนและรองรับการเติบโตในรอบใหม่ โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก Upside ประมาณ 31% เมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันที่ 6.70 บาท