ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ปฏิวัติตู้โหลดเซ็นเตอร์ระดับตำนาน เปิดตัว ‘Square D DBSeT’ พร้อมเทคโนโลยี Qwik-Plug เร็ว ครบ จบสวย แบบมืออาชีพ
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาดและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของนวัตกรรมภายในที่อยู่อาศัย ความปลอดภัยในระบบไฟฟ้ากลายเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่สามารถละเลยได้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค พลิกโฉมวงการเปิดตัว ‘Square D DBSeT’ มาตรฐานใหม่แห่งความปลอดภัยที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อลดความเสี่ยงอัคคีภัยอย่างยั่งยืน
22 มิ.ย. 2569 - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานเดินหน้าต่อยอด ตำนานความไว้วางใจที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี ของแบรนด์ Square D สู่ยุคดิจิทัล ด้วยการประกาศเปิดตัวตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส รุ่นล่าสุด “Square D DBSeT” ที่ได้รับการพลิกโฉมทั้งในด้านวิศวกรรมการออกแบบและประสบการณ์การใช้งาน ภายใต้แนวคิดหลัก "Beyond a Load Center" เหนือกว่าด้วยตู้ควบคุมไฟฟ้ารองรับพลังงานแห่งอนาคต
การเปิดตัวในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างสูงเกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการเกิดไฟไหม้ตู้ควบคุมไฟและระบบไฟฟ้าลัดวงจรที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้งในปัจจุบัน จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้า พบว่าหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุดังกล่าว มักเกิดจากการใช้ตู้โหลดเซ็นเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน การเสื่อมสภาพของวัสดุภายใน และที่สำคัญที่สุดคือ "Human Error" หรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการติดตั้งจากช่างไฟที่ขาดความชำนาญ การขันสกรูที่ไม่แน่นหนาพอส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมจนหลอมละลายและกลายเป็นประกายไฟในที่สุด
ถอดรหัสความปลอดภัย มาตรฐานสากล
จากบทเรียนความสูญเสียในอดีตจนถึงปัจจุบัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้นำโจทย์เหล่านี้มาทำการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็น Square D DBSeT ที่ออกแบบใหม่ทั้งระบบเพื่อตอบโจทย์ช่างไฟยุคดิจิทัลและเจ้าของบ้านสมัยใหม่ที่ พร้อมยกระดับดีไซน์ภายนอกให้มีความสวยงามทันสมัย สอดรับกับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในปัจจุบันได้อย่างลงตัว
นายกุศล กุศลส่ง รองประธานกลุ่มธุรกิจ residential ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คลัสเตอร์ประเทศไทย ลาว และเมียนมา กล่าวว่า “Square D DBSeT คือการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่ช่างไทยมาอย่างยาวนาน สู่โซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ ทั้งในแง่ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นในการรองรับเทคโนโลยีในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น EV Charger หรือ Solar ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัย”
ทั้งนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การเพิ่มขึ้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกำลังไฟสูงในบ้านเรือนปัจจุบัน เช่น เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์หลายตัว หรือเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ตู้ไฟแบบเดิมต้องรับภาระหนัก มาตรฐานของตู้โหลดเซ็นเตอร์จึงเป็นด่านแรกในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน
Qwik-Plug นวัตกรรมลดความผิดพลาดจากการติดตั้ง
หัวใจเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลต์สำคัญของ Square D DBSeT คือระบบ Qwik-Plug นวัตกรรมสิทธิ์เฉพาะที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพและมาตรฐานงานติดตั้งให้เหนือกว่าระบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยมีคุณสมบัติเด่นที่ช่วยแก้ปัญหาหลักของช่างไฟ ดังนี้
ติดตั้งได้เร็วขึ้นถึง 30% : ด้วยกลไกการเสียบแบบปลั๊กออน ทำให้ประหยัดเวลาการเดินสายไฟและยึดอุปกรณ์ได้อย่างมหาศาล
เชื่อมต่อจุดเดียวจบ : สามารถเชื่อมต่อทั้งสายเฟส (Phase) และสายนิวทรัล (Neutral) ได้ในจุดเดียว ลดความซับซ้อนของโครงสร้างสายไฟภายในตู้
ลดความเสี่ยงจาก Human Error : ระบบล็อกที่แม่นยำช่วยขจัดปัญหาการขันสกรูไม่แน่น ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเกิดความร้อนสะสมและไฟไหม้ตู้ไฟ
รองรับระบบ RCBO สมบูรณ์แบบ: ออกแบบมาให้รองรับเบรกเกอร์กันดูด (RCBO) แบบ Plug-On ได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลง
นอกจากนี้ ตัวเบรกเกอร์กันดูด (RCBO) ภายใต้เทคโนโลยี Qwik-Plug ยังสามารถรองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้ถึง 50 แอมป์ ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน เจ้าของบ้านสามารถใช้งานระบบชาร์จ EV และระบบโซลาร์เซลล์ได้อย่างมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด และพร้อมสำหรับการขยายระบบไฟฟ้าเพิ่มเติมในอนาคตโดยไม่ต้องเปลี่ยนตู้ควบคุมใหม่
ดีไซน์ใหม่สไตล์ Modern Minimal
ไม่เพียงแต่โครงสร้างวิศวกรรมภายในเท่านั้น Square D DBSeT ยังได้รับการออกแบบเปลือกนอกใหม่ทั้งหมดภายใต้คอนเซปต์ Modern Minimal ที่มีขอบโค้งมน ดูลื่นไหลสบายตา และเลือกใช้สีขาวนวลเรียบหรู ทำให้สามารถติดตั้งกลมกลืนไปกับผนังบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือสำนักงานยุคใหม่ได้อย่างสวยงาม โดยไม่ต้องทำตู้บิลท์อินซ่อนอีกต่อไป
สำหรับในมุมมองของช่างไฟและวิศวกรผู้ปฏิบัติงาน ตัวตู้ได้ถูกออกแบบตามมาตรฐานสากล ทั้งระบบไฟฟ้า 1 เฟส และ 3 เฟส บัสบาร์รองรับกระแสตั้งแต่ 100–250A และมีจำนวนวงจรย่อยสูงสุดถึง 48 ช่อง โดยผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IEC 61439-2 และ IEC 61439-3 อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังมาพร้อมกับ 6 ฟังก์ชันเด่นที่คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานจริงของช่างไฟอย่างเป็นมืออาชีพ ประกอบด้วย
Quick Release Hinge: ระบบบานพับที่ถอดบานประตูได้ง่าย ช่วยลดความเสียหายและรอยขีดข่วนระหว่างติดตั้ง
Captive Function: สกรูยึดฝาตู้ถูกออกแบบมาให้ไม่หลุดร่วงหายระหว่างทำงาน
Smart Knock-out: รองรับการต่อเชื่อมเข้ากับราง Wireway ขนาด 4x4 นิ้ว ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาตัด
Cable Tie Hook: เพิ่มตะขอยึดสายไฟภายในตู้ เพื่อความเป็นระเบียบและเพิ่มความปลอดภัย Lockable Door
Handle: ตัวมือจับประตูออกแบบมาให้รองรับการใช้งานร่วมกับกุญแจ U-lock ได้อย่างสะดวกสบาย
PoleFiller: แผ่นปิดช่องว่างเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม และป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าไปภายในตู้
หากระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อนหรือต้องการขยายตัวในอนาคต ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังได้เปิดตัว Square D DBSeT Extension Box กล่องต่อขยายที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น โดยสามารถรองรับระบบ DIN ได้สูงสุดถึง 24 โมดูล และรองรับกระแสไฟสูงสุด 100A ทำให้การออกแบบระบบไฟฟ้าทำได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ยกระดับวิชาชีพช่างไฟ ปัจจัยชี้ขาดความปลอดภัยที่แท้จริง
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เล็งเห็นว่าเทคโนโลยีที่ดีจำเป็นต้องถ่ายทอดผ่านมือของผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง ในปัจจุบันข้อกำหนดทางกฎหมายเริ่มมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยช่างไฟฟ้าจำเป็นต้องผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองความรู้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้สร้างความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เป็นการลงนามระยะยาวเพื่อพัฒนาทักษะขั้นสูงให้แก่ช่างไฟฟ้าและบุคลากรเทคโนโลยีอุตสาหกรรม แก้โจทย์การขาดแคลนแรงงานฝีมือคุณภาพ และยกระดับมาตรฐานผู้ปฏิบัติงานให้ได้รับหนังสือรับรองถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด รองรับการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก