“ศุภมาศ” พร้อม สืบนครบาล บุกทลายโรงงานยาลดความอ้วนเถื่อน พบสารไซบูทรามีนอันตราย
“ศุภมาศ” พร้อม สืบนครบาล บุกทลายโรงงานยาลดความอ้วนเถื่อน พบสารไซบูทรามีนอันตราย เชื่อมโยงคดีสาวเสียชีวิต เร่งล่านายทุน
วันที่ 7 ก.ค. 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) และ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหาร ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการผลิตยาลดความอ้วนเถื่อน ภายในซอยเทศบาล 41/5 ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หญิงสาวในพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตหลังรับประทานยาลดความอ้วนยี่ห้อ "บาชิ" ญาติจึงเข้าร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ติดตามแหล่งผลิต เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก จากการสืบสวนตำรวจพบว่าขบวนการดังกล่าวมีการใช้สถานที่ 2 แห่ง เป็นโรงงานผลิต 1 แห่ง และเป็นสถานที่เก็บวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์เพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าอีก 1 แห่ง ก่อนขอศาลออกหมายค้นและเข้าตรวจสอบ พบเครื่องจักรผลิต สารเคมี วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตยาลดความอ้วนหลายยี่ห้อจำนวนมาก พร้อมจับกุมผู้ดูแลโรงงานชาวเมียนมาได้ 3 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลถึงนายทุนเจ้าของโรงงานแห่งนี้ และตรวจสอบปลายทางที่มีการนำยาเถื่อนเหล่านี้ส่งไปจำหน่าย
เลขาธิการ อย. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2567 - 2569 อย.ได้มีการกวาดล้างจับกุมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ลักลอบใส่สารไซบูทรามีน ที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทจำนวนมาก โดยสารนี้เป็นสารกดความอยากอาหารในร่างกาย เมื่อรับประทานสารนี้เข้าไปมีผลต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด อาการเริ่มต้นจะรู้สึกปากแห้ง ใจสั่น ถ้ารับประทานในปริมาณจะส่งผลให้เกิดหัวใจวายเฉียบพลันได้ ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารที่ห้ามผลิตและจำหน่ายเพราะเป็นสารที่อันตรายสูง เลยได้มีการประสานงานกับตำรวจนครบาลในการติดตามจับกุม ซึ่งจากการตรวจสอบของกลางเบื้องต้นพบว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ อย.เคยตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าใส่สารไซบูทรามีนที่เคยประกาศไปแล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์เถื่อนกว่า 10 รายการจาก 33 รายการ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มียี่ห้อ "บาชิ" ที่มีทั้งบรรจุใส่แคปซูลสีทอง , ซอฟต์เจล และบรรจุในซองชาหรือกาแฟ ที่อ้างว่าช่วยทำให้ผอมได้
ส่วนสารไซบูทรามีน อย. ได้มีการประสานกับศุลกากรเพื่อเฝ้าระวังอยู่ตลอด เพียงแต่ว่าบางทีคนลักลอบนำเข้าก็อาจจะมีการสำแดงเท็จหรือว่านำเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งดูด้วยตาเปล่าจะแยกไม่ออกจากสารเคมีโดยทั่วไป ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นโทษที่สูงมากสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบใส่สารเหล่านี้
ทั้งนี้ เลขาธิการ อย.ฝากเตือนถึงประชาชน อย่าหลงเชื่อไปซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างว่าช่วยลดน้ำหนัก เพราะว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ชนิดไหนที่ทานแล้วช่วยลดได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญต้องตรวจสอบเลข อย. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา เพราะ ผลิตภัณฑ์บางตัวกินเข้าไปอาจจะทำให้เกิดอาการโยโย่เอฟเฟค และอาจร้ายแรงถึงชีวิตได้ หากสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สามารถสอบถามข้อมูลหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556
ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดนี้เคยมีคนกินแล้วเสียชีวิตไปแล้ว วันนี้เท่าที่ดูผลิตภัณฑ์ของกลางกว่า 10 รายการ ไม่มีเลข อย. กำกับ ถ้าจะซื้อผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะกินหรือทาควรดูก่อนว่ามีเลข อย.กำกับหรือไม่ และควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่นตามห้างสรรพสินค้าหรือว่าเพจที่เป็นเพจหลักของสินค้านั้นๆ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเสี่ยงเจอสินค้าที่สวมเลข อย.ได้ รวมไปถึง "ปากกาลดน้ำหนัก" ที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้ หากมีการซื้อจากแหล่งจำหน่ายอื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาลก็มีความเสี่ยงเช่นกัน และอยากฝากไปถึงประชาชนว่า ถ้าเจอแหล่งผลิตหรือโรงงานที่ต้องสงสัย สามารถร้องเรียนได้ตามช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางสืบนครบาล หรือทาง อย. ก็ได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันปราบปราม ไม่ให้เกิดสินค้าอันตรายขึ้นอีก
นอกจากนี้ ทางรัฐมนตรี ยังฝากไปถึงตัวแทนจำหน่ายว่า ถ้าจะขายสินค้าอะไรต้องรู้กฎหมาย จะต้องดูว่าอาหารเสริมที่ตนเองนำมาจำหน่ายมีสรรพคุณอะไร เลข อย.อะไร จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ซึ่งถ้ามีการตรวจสอบแล้วพบว่าร้านไหนมีการจำหน่ายอาหารเสริมพวกนี้ก็จะถูกดำเนินคดีด้วย พร้อมเตือนว่า "อย่าโลภเพราะช่วงแรกขายได้เยอะ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้กินแล้วได้ผลในระยะต้นจริง ขายดีในระยะต้นจริง แต่ขายได้ไม่นานเดี๋ยวก็ถูกจับ รายเล็กรายน้อยก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน เพราะเป็นสินค้าที่ไม่ควรจำหน่าย"
ด้าน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จากการสืบสวนได้ให้เจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปล่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งหนึ่ง จนได้ผลิตภัณฑ์มาตรวจสอบและพบว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีสารไซบูทรามีนผสมอยู่จริง จึงนำมาซึ่งการตรวจค้นในวันนี้ ส่วนสถานที่ทั้ง 2 แห่งพบว่ามีการมาเช่าสถานที่ใช้สำหรับการจัดเก็บสินค้าและผลิตได้ประมาณ 4-5 เดือน คาดว่าก่อนหน้านี้มีการใช้สถานที่อื่นจัดเก็บสินค้าและผลิตมาก่อนซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล ส่วนผู้ให้เช่าสถานที่ตำรวจต้องเรียกมาสอบปากคำ เพื่อให้ทราบว่ารู้เห็นเกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้าหรือผลิตสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หากรู้เห็นก็ถือว่ามีความผิดต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น