โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศุภมาศ” พร้อม สืบนครบาล บุกทลายโรงงานยาลดความอ้วนเถื่อน พบสารไซบูทรามีนอันตราย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ศุภมาศ” พร้อม สืบนครบาล บุกทลายโรงงานยาลดความอ้วนเถื่อน พบสารไซบูทรามีนอันตราย เชื่อมโยงคดีสาวเสียชีวิต เร่งล่านายทุน

วันที่ 7 ก.ค. 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) และ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหาร ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการผลิตยาลดความอ้วนเถื่อน ภายในซอยเทศบาล 41/5 ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หญิงสาวในพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตหลังรับประทานยาลดความอ้วนยี่ห้อ "บาชิ" ญาติจึงเข้าร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ติดตามแหล่งผลิต เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก จากการสืบสวนตำรวจพบว่าขบวนการดังกล่าวมีการใช้สถานที่ 2 แห่ง เป็นโรงงานผลิต 1 แห่ง และเป็นสถานที่เก็บวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์เพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าอีก 1 แห่ง ก่อนขอศาลออกหมายค้นและเข้าตรวจสอบ พบเครื่องจักรผลิต สารเคมี วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตยาลดความอ้วนหลายยี่ห้อจำนวนมาก พร้อมจับกุมผู้ดูแลโรงงานชาวเมียนมาได้ 3 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลถึงนายทุนเจ้าของโรงงานแห่งนี้ และตรวจสอบปลายทางที่มีการนำยาเถื่อนเหล่านี้ส่งไปจำหน่าย

เลขาธิการ อย. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2567 - 2569 อย.ได้มีการกวาดล้างจับกุมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ลักลอบใส่สารไซบูทรามีน ที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทจำนวนมาก โดยสารนี้เป็นสารกดความอยากอาหารในร่างกาย เมื่อรับประทานสารนี้เข้าไปมีผลต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด อาการเริ่มต้นจะรู้สึกปากแห้ง ใจสั่น ถ้ารับประทานในปริมาณจะส่งผลให้เกิดหัวใจวายเฉียบพลันได้ ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารที่ห้ามผลิตและจำหน่ายเพราะเป็นสารที่อันตรายสูง เลยได้มีการประสานงานกับตำรวจนครบาลในการติดตามจับกุม ซึ่งจากการตรวจสอบของกลางเบื้องต้นพบว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ อย.เคยตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าใส่สารไซบูทรามีนที่เคยประกาศไปแล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์เถื่อนกว่า 10 รายการจาก 33 รายการ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มียี่ห้อ "บาชิ" ที่มีทั้งบรรจุใส่แคปซูลสีทอง , ซอฟต์เจล และบรรจุในซองชาหรือกาแฟ ที่อ้างว่าช่วยทำให้ผอมได้

ส่วนสารไซบูทรามีน อย. ได้มีการประสานกับศุลกากรเพื่อเฝ้าระวังอยู่ตลอด เพียงแต่ว่าบางทีคนลักลอบนำเข้าก็อาจจะมีการสำแดงเท็จหรือว่านำเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งดูด้วยตาเปล่าจะแยกไม่ออกจากสารเคมีโดยทั่วไป ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นโทษที่สูงมากสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบใส่สารเหล่านี้

ทั้งนี้ เลขาธิการ อย.ฝากเตือนถึงประชาชน อย่าหลงเชื่อไปซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างว่าช่วยลดน้ำหนัก เพราะว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ชนิดไหนที่ทานแล้วช่วยลดได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญต้องตรวจสอบเลข อย. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา เพราะ ผลิตภัณฑ์บางตัวกินเข้าไปอาจจะทำให้เกิดอาการโยโย่เอฟเฟค และอาจร้ายแรงถึงชีวิตได้ หากสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สามารถสอบถามข้อมูลหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556

ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดนี้เคยมีคนกินแล้วเสียชีวิตไปแล้ว วันนี้เท่าที่ดูผลิตภัณฑ์ของกลางกว่า 10 รายการ ไม่มีเลข อย. กำกับ ถ้าจะซื้อผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะกินหรือทาควรดูก่อนว่ามีเลข อย.กำกับหรือไม่ และควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่นตามห้างสรรพสินค้าหรือว่าเพจที่เป็นเพจหลักของสินค้านั้นๆ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเสี่ยงเจอสินค้าที่สวมเลข อย.ได้ รวมไปถึง "ปากกาลดน้ำหนัก" ที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้ หากมีการซื้อจากแหล่งจำหน่ายอื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาลก็มีความเสี่ยงเช่นกัน และอยากฝากไปถึงประชาชนว่า ถ้าเจอแหล่งผลิตหรือโรงงานที่ต้องสงสัย สามารถร้องเรียนได้ตามช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางสืบนครบาล หรือทาง อย. ก็ได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันปราบปราม ไม่ให้เกิดสินค้าอันตรายขึ้นอีก

นอกจากนี้ ทางรัฐมนตรี ยังฝากไปถึงตัวแทนจำหน่ายว่า ถ้าจะขายสินค้าอะไรต้องรู้กฎหมาย จะต้องดูว่าอาหารเสริมที่ตนเองนำมาจำหน่ายมีสรรพคุณอะไร เลข อย.อะไร จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ซึ่งถ้ามีการตรวจสอบแล้วพบว่าร้านไหนมีการจำหน่ายอาหารเสริมพวกนี้ก็จะถูกดำเนินคดีด้วย พร้อมเตือนว่า "อย่าโลภเพราะช่วงแรกขายได้เยอะ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้กินแล้วได้ผลในระยะต้นจริง ขายดีในระยะต้นจริง แต่ขายได้ไม่นานเดี๋ยวก็ถูกจับ รายเล็กรายน้อยก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน เพราะเป็นสินค้าที่ไม่ควรจำหน่าย"

ด้าน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จากการสืบสวนได้ให้เจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปล่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งหนึ่ง จนได้ผลิตภัณฑ์มาตรวจสอบและพบว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีสารไซบูทรามีนผสมอยู่จริง จึงนำมาซึ่งการตรวจค้นในวันนี้ ส่วนสถานที่ทั้ง 2 แห่งพบว่ามีการมาเช่าสถานที่ใช้สำหรับการจัดเก็บสินค้าและผลิตได้ประมาณ 4-5 เดือน คาดว่าก่อนหน้านี้มีการใช้สถานที่อื่นจัดเก็บสินค้าและผลิตมาก่อนซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล ส่วนผู้ให้เช่าสถานที่ตำรวจต้องเรียกมาสอบปากคำ เพื่อให้ทราบว่ารู้เห็นเกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้าหรือผลิตสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หากรู้เห็นก็ถือว่ามีความผิดต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...