สบน. เผย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบ. สู้วิกฤตพลังงาน อนุมัติแล้ว 1.7 แสนล้านบ. ใช้บัตรสวัสดิการฯ-ไทยช่วยไทยพลัส
สบน. เผย พ.ร.ก.กู้เงินฯ วิกฤตพลังงาน 4 แสนล้านบาท แผนแรก อนุมัติแล้ว 1.7 แสนล้านบาท รองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-ไทยช่วยไทย พลัส เดินหน้าตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองแผน 2 ปรับโครงสร้างเปลี่ยนผ่านพลังงานประเทศ
7 ก.ค. 2569 นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการกู้เงิน ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงินรวม 4 แสนล้านบาท ในส่วนของการกู้เงินตามแผนงานที่ 1 เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มฐานรากและ SMEs วงเงิน 2 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้มีคำขอใช้เงินกู้ที่ผ่านการพิจารณาแล้ว 1.7 แสนล้านบาท สำหรับรองรับการใช้ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการไทยช่วยไทย พลัส
“ปัจจุบัน ได้มีการจัดหาเงินกู้ไปแล้ว 1.08 แสนล้านบาท ผ่านตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) จำนวน 6.5 หมื่นล้านบาท และกู้จากสถาบันการเงินอีก 3.58 หมื่นล้านบาท โดยระยะเวลากู้เฉลี่ย 4.3 ปี ต้นทุนเฉลี่ย 1.24% ต่อปี ขณะเดียวกัน ยังมีคำขอใช้เงินเข้ามาเพิ่มเติมในโครงการอื่นๆ อีก แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้”
สำหรับการใช้เงินตามแผนงานที่ 2 ในการปรับโครงสร้างสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ขณะนี้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา เพื่อพิจารณาการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนนี้อย่างละเอียดรอบคอบ โดยได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาภายใต้แผนงานที่ 2 อย่างชัดเจน ผ่าน 3 แผนย่อย รวมถึงจัดทำหลักเกณฑ์กลางในการพิจารณา รวมถึงหลักเกณฑ์ย่อยที่จะใช้ในการพิจารณาผ่าน 3 แผนย่อยไว้เรียบร้อยแล้ว
“ขณะนี้ มีหน่วยงานที่เสนอคำขอใช้เงินกู้ในส่วนแผนที่ 2 เข้ามาบ้างแล้ว แต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และมีบางหน่วยงาน ที่ส่งรายละเอียดอย่างไม่เป็นทางการมาให้ สบน. ช่วยพิจารณาก่อน ว่าจะต้องมีการเพิ่มรายละเอียดหรือเงื่อนไขอะไรให้โครงการมีความรัดกุม และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงินฯ ครั้งนี้”
ทั้งนี้ จะได้ทยอยรวบรวมรายละเอียดโครงการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาภายใน 30 วัน หลังจากที่หน่วยงานเสนอเข้ามาแล้ว ซึ่งระหว่างนี้ จะต้องผ่านคณะอนุกรรมการฯ ก่อนด้วย โดยเรื่องนี้ต้องเร่งพิจารณา เนื่องจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ดำเนินการเพื่อความจำเป็นเร่งด่วนทางเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงต้องมีระยะเวลาในการพิจารณาค่อนข้างรวดเร็ว