โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ครช.’ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองระงับมติขึ้นค่า PSC เป็น 1,120 บาทต่อคน ขัดหลักความได้สัดส่วน

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา

22 พ.ค.2569- นายพลภาขุน ตัวแทนผู้ประสานงาน คณะราษฎรไทยแห่งชาติ(ครช.) เปิดเผยว่า วันนี้ 22 พ.ค. 2569 ตนได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนมติการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge : PSC) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) จากเดิมเป็น 1,120 บาทต่อคน โดยยื่นผ่านระบบออนไลน์แล้วศาลรับเข้าระบบแล้ว

โดยยื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี ที่1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่2 คกก.กพรที่3 . และกระทรวงคมนาคม ที่4พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยให้ระงับการบังคับใช้มติดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

การฟ้องคดีครั้งนี้ มิใช่เป็นเพียงการคัดค้านเรื่องอัตราค่าบริการสนามบินเท่านั้น แต่เป็นการขอให้ศาลตรวจสอบว่า การใช้อำนาจทางปกครองของหน่วยงานรัฐ เป็นไปตามหลักนิติธรรม หลักความได้สัดส่วน และหลักประโยชน์สาธารณะหรือไม่

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การขึ้นค่าบริการดังกล่าวจะสร้างภาระต่อประชาชน ผู้โดยสาร และภาคการท่องเที่ยวของประเทศอย่างกว้างขวาง ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศยังเปราะบาง และประชาชนมีภาระค่าครองชีพสูง

ขณะเดียวกัน ข้อเท็จจริงปรากฏว่า AOT เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง มีกำไรสะสมจำนวนสูงมาก และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับสูง จึงไม่ปรากฏเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องผลักภาระเพิ่มเติมไปยังประชาชน

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาค พบว่า อัตรา PSC ของไทยอยู่ในระดับสูงกว่าหลายประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

คำฟ้องยังระบุด้วยว่า การอนุมัติมติดังกล่าวอาจขัดต่อ:หลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญหลักความได้สัดส่วน

หลักความสมเหตุสมผล หลักความโปร่งใสและหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ปรากฏการเปิดเผยข้อมูลต้นทุนและผลกระทบต่อประชาชนอย่างเพียงพอ

"คดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับ “ขอบเขตการใช้อำนาจของรัฐ” และ “การคุ้มครองประชาชนจากภาระที่เกินสมควร” ซึ่งศาลปกครองควรได้ตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามหลักกฎหมายมหาชนและรัฐธรรมนูญ" นายพลภาขุน กล่าวในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...