ยุคความสุขราคาแพง! Funflation ดันเกม-สตรีมมิงขึ้นราคา Gen Z เริ่มไม่ไหว
Gen Z และ Millennials เริ่มลดการใช้จ่ายด้านความบันเทิง หลังภาวะ “Funflation” ไม่ได้กระทบแค่คอนเสิร์ตหรือการท่องเที่ยวอีกต่อไป หลังบริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการสตรีมมิงรายใหญ่ทยอยขึ้นราคาเครื่องเล่นเกม อุปกรณ์ และค่าสมาชิกรายเดือน
วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.47 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ภาวะ “Funflation” หรือเงินเฟ้อด้านความบันเทิง ซึ่งเดิมส่งผลกระทบกับกิจกรรมนอกบ้านอย่างคอนเสิร์ต กีฬา และสวนสนุก กำลังขยายมาถึงความบันเทิงภายในบ้าน หลังผู้ให้บริการรายใหญ่ทยอยขึ้นราคาทั้งเครื่องเล่นเกม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และบริการสตรีมมิง ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มลดการใช้จ่ายด้านความบันเทิง
อลิกซ์ กรีน นักศึกษาปริญญาโทวัย 31 ปีจากรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งเป็นคนเล่นวิดีโอเกมมาตลอดหลายสิบปี กล่าวว่า ปัจจุบันราคาของเกมใหม่สูงขึ้นจนตามไม่ไหว ทำให้ต้องหันไปซื้อเกมจากสตูดิโอขนาดเล็กที่ราคาถูกกว่า เล่นบอร์ดเกม หรือบางครั้งเลือกดูคนอื่นเล่นผ่าน YouTube แทนการซื้อเกมเอง
“ราคาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตามไม่ทันแล้ว”
คนรุ่นใหม่ลดค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิง
ข้อมูลพิเศษที่ PNC Financial Services วิเคราะห์ให้ CNBC พบว่า ในเดือนมิถุนายน 2569 ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายด้านความบันเทิงภายในบ้านเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยกลุ่ม Gen Z และ Millennials ลดจำนวนธุรกรรมลงราว 4%
ไบรอัน เลอบลอง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ PNC กล่าวว่า“Funflation กลับมาอีกครั้งในปี 2026”
เดิมทีแรงกดดันด้านราคาพบมากในหมวดท่องเที่ยว คอนเสิร์ต และกิจกรรมนอกบ้าน แต่ขณะนี้เริ่มลุกลามมายังการพักผ่อนภายในบ้านเช่นกัน
เกม เครื่องเล่น และสตรีมมิงทยอยขึ้นราคา
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งทยอยขึ้นราคา ได้แก่
- Microsoft ปรับขึ้นราคาเครื่อง Xbox
- Apple ขึ้นราคาอุปกรณ์บางรายการ
- Nintendo ปรับราคา Switch 2 ในสหรัฐเพิ่ม 11%
- Netflix, Amazon, Spotify ปรับขึ้นค่าสมาชิกรายเดือน
- ก่อนหน้านี้ Disney, HBO Max และ Apple TV+ ก็ทยอยขึ้นราคามาแล้ว
หลายบริษัทให้เหตุผลว่า ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นจากการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ด้าน เดโบราห์ ไวน์สวิก ผู้ก่อตั้ง Coresight Research มองว่า การขึ้นราคาต่อเนื่องอาจทำให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการเหล่านี้ได้อีก
Xbox ยอมรับ เกมกำลังกลายเป็นงานอดิเรกที่แพงเกินไป
อาชา ชาร์มา ซีอีโอของ Xbox ยอมรับว่า การเล่นเกมกำลังกลายเป็นกิจกรรมที่มีต้นทุนสูงเกินไปสำหรับผู้บริโภค และบริษัทจะหันไปพัฒนาเครื่องเล่นเกมที่มีราคาจับต้องได้มากขึ้น
โดยระบุว่า “ยากจะจินตนาการว่าผู้บริโภคจำนวนมากจะสามารถใช้เงินหลายพันดอลลาร์กับเครื่องเกมในแต่ละยุคได้”
ไม่นานหลังจากนั้น Microsoft ยังประกาศปลดพนักงานหลายพันตำแหน่งในธุรกิจ Xbox และแยกสตูดิโอเกมบางแห่งออกจากบริษัท
ค่าไฟแพง ซ้ำเติมต้นทุนความบันเทิงในบ้าน
นอกจากอุปกรณ์และบริการที่แพงขึ้นแล้ว ค่าไฟฟ้าก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มภาระให้ผู้บริโภค
ข้อมูลรัฐบาลสหรัฐระบุว่า ตั้งแต่ปี 2562 ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 45% จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งกับอิหร่านในปี 2569 ส่งผลให้ต้นทุนการใช้งานเครื่องปรับอากาศ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในบ้านสูงขึ้นตามไปด้วย
“Streamflation” คนดูเริ่มสลับสมัคร-ยกเลิกสมาชิก
การขึ้นราคาสตรีมมิงต่อเนื่องยังทำให้เกิดคำว่า “Streamflation” ฟิโอนา วิลเลียมส์ วัย 40 ปี เล่าว่า ปัจจุบันเธอสมัครบริการสตรีมมิงเพียงครั้งละหนึ่งแพลตฟอร์ม แล้วก็ยกเลิกก่อนเปลี่ยนไปใช้บริการอื่น เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย
บางครั้งเธอเลือกไม่สมัครเลย เช่น ซีรีส์ Love Island ที่ฉายบน Peacock เธอเลือกติดตามเพียงคลิปสั้นบนโซเชียลมีเดียแทน
“มันต้องคอยบริหารสมดุล แต่ฉันจะไม่สมัครมากกว่าหนึ่งบริการพร้อมกัน เพราะมันแพงเกินไป”
เธอยังหันไปใช้เวลาว่างกับการอ่านหนังสือมากขึ้น เนื่องจากราคาหนังสือแทบไม่ปรับขึ้นเหมือนความบันเทิงประเภทอื่น
ค่าความบันเทิงพุ่งแรงกว่าหนังสือ
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2562 ค่าสมัครหรือเช่าวิดีโอและวิดีโอเกม เพิ่มขึ้น 53% ค่าบริการโทรทัศน์ เพิ่มขึ้น 27% ค่าสมาชิกบริการเพลง เพิ่มขึ้น 14% ในทางกลับกัน ราคาหนังสือกลับ ลดลง 4%
ความบันเทิงแพง กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค
PNC ระบุว่า ราคาความบันเทิงทั้งในและนอกบ้านที่เพิ่มขึ้น กำลังกลายเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ค่าใช้จ่ายด้านการพักผ่อนที่สูงขึ้นอาจยิ่งทำให้ผู้บริโภคมองเศรษฐกิจในแง่ลบมากขึ้น
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนก็ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
สำหรับอลิกซ์ กรีน การเล่นเกมเคยเป็นช่องทางหลีกหนีความเครียดจากชีวิตประจำวัน แต่ทุกวันนี้แม้แต่กิจกรรมดังกล่าวก็กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยาก
“การเล่นเกมเคยทำให้ผมมีความสุขและได้พักจากความจริง แต่ตอนนี้เศรษฐกิจแย่ลง และผมก็แทบไม่มีอะไรไว้เบี่ยงเบนความเครียดอีกแล้ว”
อ้างอิง : cnbc.com