โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พริษฐ์" เปิดหลักฐานแฉคดีโกงเลือกสว. หวั่น กกต.-DSI ตัดตอน จี้สาวตัวการใหญ่

The Better

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
‘ไอติม พริษฐ์' เปิดหลักฐานคดีโกงเลือก สว. แฉใช้เงินซื้ออำนาจรัฐ หวั่น กกต.-DSI ตัดตอน จี้ลุยสอบถึงเครือข่ายเบื้องหลัง

ที่อาคารรัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ระบุถึงการจัดกิจกรรม "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว." ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอและเจาะลึกหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริง

นายพริษฐ์กล่าวว่า สังคมมักเรียกเรื่องนี้ว่าคดีฮั้ว สว. แต่คำที่เหมาะสมคือคดีโกง สว. เนื่องจากหลักฐานปรากฏกระบวนการใช้เงินและผลประโยชน์จ้างคนลงสมัครและลงคะแนนเสียงเพื่อหวังเข้าสู่อำนาจรัฐโดยมิชอบ ซึ่งคดีนี้สำคัญต่ออนาคตการเมืองไทย หากสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนเข้าสู่อำนาจโดยมิชอบ การใช้อำนาจกลั่นกรองกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ย่อมเกิดคำถามถึงความชอบธรรม

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญปี 2560 ยังเปิดช่องให้การโกง สว. นำไปสู่การสร้างระบบการเมืองที่ฮั้วกันทั้งกระดาน หากกลุ่มการเมืองแทรกแซงจนมีบุคคลกำกับทิศทางการลงมติได้จำนวนมาก จะส่งผลให้การรับรองตำแหน่งในองค์กรอิสระถูกแทรกแซง และทำให้กลไกตรวจสอบอ่อนแอลง

ปัจจุบันคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการของ 2 หน่วยงาน ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งต้องมีมติภายในต้นเดือนกันยายนว่าจะส่งเรื่องต่อศาลหรือไม่ ตามมติคณะไต่สวนชุดที่ 16 ที่เห็นว่ามีผู้มีมูลความผิด 229 คน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่รับคดีฐานอั้งยี่และฟอกเงิน โดยสังคมกังวลว่าคดีอาจไม่ถึงศาล หากทั้งสองหน่วยงานตัดตอนกระบวนการตรวจสอบ

"เหตุผลก็เพราะว่าในฝั่ง กกต. อย่างที่เรารู้ดีว่า 4 ใน 7 ของกรรมการ กกต. ที่จะลงมติเรื่องนี้ก็ถูกรับรองหรือว่าดำรงตำแหน่งได้เพราะมติของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน ยังไม่นับว่าเราเห็น กกต. ชุดนี้ตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมาซึ่งกลายเป็นว่ามีมติที่ค่อนข้างจะค้านสายตาสังคม คือบอกว่าไม่มีใครใน 229 คนมีมูลกระทำความผิดเลย" นายพริษฐ์กล่าว

ส่วน DSI นั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า หลังสอบสวนเป็นเวลานาน สรุปสำนวนเสนออัยการฟ้องเพียง 8 คน ก่อนที่อัยการจะส่งสำนวนกลับมาเมื่อต้นปี 2567 จึงมองว่าขณะนี้ DSI อยู่ในสภาวะปล่อยเกียร์ว่างเพื่อรอดูมติ กกต. พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหาก กกต. มีมติไม่ส่งคดีไปศาล DSI อาจใช้มติดังกล่าวเป็นเหตุรองรับการดำเนินการของหน่วยงาน นอกจากนี้การเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายบุคลากรใน DSI ยิ่งทำให้เกิดข้อกังวลว่าเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีหรือไม่

นายพริษฐ์กล่าวเพิ่มเติมถึงหลักฐานใน 4-5 จังหวัดที่เคยนำเสนอในสภาว่า เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ส่งมาถึงวิปฝ่ายค้าน ซึ่งมีน้ำหนักในระดับหนึ่ง แต่เชื่อว่าหน่วยงานตรวจสอบควรเข้าถึงหลักฐานได้มากกว่า เช่น การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดโรงแรม หรือตรวจสอบข้อมูลการชำระเงินค่าตั๋วเครื่องบินของผู้สมัคร หากหลักฐานที่ตนเองได้รับมีความหนักแน่นแล้ว หลักฐานที่หน่วยงานรัฐเข้าถึงย่อมมีน้ำหนักมากกว่า จึงอยากให้สังคมตั้งคำถามว่าเหตุใดคดีจึงอาจไม่ถูกส่งไปยังศาล

"หลักฐานหลายอย่างที่เรามานำเสนอ ในความจริงเจ้าของหลักฐานเล่าให้ฟังว่าเขายื่นให้กับหน่วยงานตรวจสอบไปหมดแล้ว แต่อย่างที่บอกคือสิ่งที่เขากังวลใจคือพอยื่นไปแล้วเกิดสมมติหน่วยงานตรวจสอบไม่ทำงานตรงไปตรงมา และตัดตอนกระบวนการดังกล่าวมันกลายเป็นว่าสังคมก็ไม่ได้รับรู้ว่า หลักฐานที่ยื่นเข้าไปที่หน่วยงานตรวจสอบตัดตอนมันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง" นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์ ย้ำทิ้งท้ายว่า การเปิดเผยหลักฐานเพื่อให้ประชาชนร่วมติดตามการทำงานของหน่วยงานตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่าหาก กกต. และ DSI ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรส่งเพียงคดีของบุคคลบางรายไปยังศาล หรือเลือก สว. เพียง 10-20 คนมารับผิด แต่ต้องส่งหลักฐานเชื่อมโยงถึงเครือข่ายนักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่อาจอยู่เบื้องหลัง เพื่อไม่ให้นำคนบางส่วนมาสังเวยเพื่อปกป้องบุคคลใกล้ศูนย์อำนาจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...