โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดโผ 10 หุ้นเด็ด mai โชว์รายได้ Q1 สุดท็อป

ทันหุ้น

อัพเดต 30 พ.ค. เวลา 13.33 น. • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

#mai #ทันหุ้น – 10 หุ้น mai โชว์รายได้ไตรมาสแรกสุดร้อนแรง “PSGC” ยืนหนึ่งกวาดรายได้ 2.47 พันล้านบาท ตามด้วย SPVI-TAKUNI-CAZ ตบเท้าเข้าท็อปโฟร์ ขณะที่ TNP ติดโผอันดับ 6 ด้วยรายได้ 774 ล้านบาท ฟากโบรกส่องพื้นฐานน่าสนใจ รายได้รวมโต 7% แนะนำ “ซื้อ” เป้า 3.60 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากตลาดหลักทรัพย์ พบ10 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีรายได้รวมสูงสุดในไตรมาส 1/2569 โดยพบว่า อันดับ 1 ได้แก่ บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC ในกลุ่ม PROPCON มีรายได้รวมสูงสุด2,472 ล้านบาท ครองตำแหน่งแชมป์รายได้ของตลาด mai ในไตรมาสแรกของปี

@โชว์ผลงาน

อันดับ 2 คือ บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI กลุ่ม TECH มีรายได้รวม 2,030 ล้านบาท

อันดับ 3 บริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TAKUNI กลุ่ม RESOURC มีรายได้รวม 1,118 ล้านบาท

ขณะที่อันดับ 4 บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CAZ กลุ่ม PROPCON มีรายได้รวม999 ล้านบาท

อันดับ 5 บริษัท ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) หรือ UKEM กลุ่ม INDUS มีรายได้รวม 783 ล้านบาท

อันดับ 6 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP กลุ่มSERVICE มีรายได้รวม 774 ล้านบาท

อันดับ 7 บริษัท ยัวซ่าแบตเตอรี่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ YUASA กลุ่ม INDUS มีรายได้รวม 743 ล้านบาท

อันดับ 8 บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT กลุ่ม INDUS มีรายได้รวม 739 ล้านบาท

ขณะที่อันดับ 9 บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIS กลุ่ม TECH มีรายได้รวม 735 ล้านบาท

ปิดท้ายอันดับ 10 บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA กลุ่ม SERVICE มีรายได้รวม 703 ล้านบาท

(ข้อมูล ณ วันที่ 20 พ.ค. 2569 จาก SETSMART)

ทั้งนี้ จากการจัดอันดับพบว่า กลุ่มอุตสาหกรรม (INDUS) มีบริษัทติดอันดับมากที่สุดจำนวน 3 บริษัท ได้แก่UKEM, YUASA และ TRT ขณะที่กลุ่ม PROPCON, TECH และ SERVICE ต่างมีบริษัทติดอันดับกลุ่มละ 2 บริษัท สะท้อนถึงความหลากหลายของธุรกิจในตลาด mai ที่สามารถสร้างรายได้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุถึง บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่48 ล้านบาท ลดลง4% YoY และลดลง 24% QoQ ใกล้เคียงคาด โดยกำไรลดลง YoY จาก SSSG ที่ -3.2% YoY ตามกำลังซื้อที่อ่อนตัว รวมถึงชะลอตัวจากช่วงไตรมาส 4/2568 ซึ่งได้รับประโยชน์จากมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เพิ่มวงเงินคนละ 850 บาทต่อเดือน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนจากการเปิดสาขาใหม่ 7 แห่งในช่วงไตรมาส 2/2568-ไตรมาส 1/2569 โดยในไตรมาส 1/2569 เปิดเพิ่ม 2 แห่ง ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 7% YoY

ด้านอัตรากำไรลดลง โดย Gross Margin อยู่ที่ 18.2% จาก18.6% ใน ไตรมาส 1/2568 เนื่องจากสัดส่วนยอดขายสินค้ากลุ่มมาร์จิ้นต่ำ เช่น เครื่องดื่ม สินค้าจำเป็น และสินค้าตัวแทนจำหน่าย ขายได้ดีกว่า จากทั้งสภาพอากาศร้อน และในช่วงเดือนมีนาคมที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ส่งผลให้ยอดขายสินค้าจำเป็นเพิ่มขึ้น

ขณะที่ SG&A/Sales อยู่ที่ 10.8% เพิ่มขึ้นจาก 10.3% ในไตรมาส 1/2568 จากผลของสาขาใหม่ที่เปิดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และ SSSG ที่ติดลบ

@เป้า TNP 3.6 บ.

ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าหุ้นน่าสนใจเชิง Valuation ซื้อขายที่ PER26F 11.1 เท่า (-2SD) และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง เป็น Net Cash ขณะที่ระยะสั้นมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการรัฐ แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 3.60 บาท อิง PER 14 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่ม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...