โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกผู้ว่าฯกทม. พรรคใหญ่หนาว

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แม้ว่ายังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) แต่เริ่มเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้นแล้วว่าคนกรุงเทพฯจะเลือกผู้ว่าฯกทม.และ สก.แบบไหน

เพราะล่าสุดผลสำรวจสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) ออกมาเปิดเผยว่า แนวโน้มคนกรุงเทพฯ 64.96%เลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองและไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลังรองลงมา 16.88% ระบุว่า เลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง

โจทย์พ่อเมืองหลวง”ซื้อใจ 4.5 ล้านโหวตเตอร์ในสนามเมืองหลวงรอบนี้ มี 3 พรรค และอยู่ในสถานะพรรคฝ่ายค้าน คือ ดร.โจ-ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร“จากพรรคประชาชน เจมส์-อนุชา บูรพชัยศรี”จากพรรคประชาธิปัตย์ และ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช”จากพรรคเศรษฐกิจ นอกนั้นล้วนเป็นผู้สมัครอิสระ ซึ่งตอนนี้จากผลสำรวจที่สะท้อนจากความรู้สึกก็ยังเห็นว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์“ ยังได้รับความนิยมสูงสุด มีแนวโน้มจะรักษาแชมป์ไว้ได้อีกครั้ง แม้ว่า ดร.โจ-ชัยวัฒน์“จากผลสำรวจจะมาเป็นอันดับสอง แต่ตามมาแบบห่างเหลือเกิน จนแทบไม่ได้ลุ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผู้สมัครสังกัดพรรคอีกคนคืออนุชา บูรพชัยศรี” ที่คะแนนอยู่รั้งท้าย

แคนดิเดต พ่อเมืองหลวง” ภายใต้เกมการเมืองภายในเสาชิงช้า ที่รอบนี้ต้องวัดใจคนกรุงเทพฯอยากได้ผู้ว่ากทม.คนใหม่แบบไหน เพราะโจทย์ใหญ่ของคนกรุงหนีไม่พ้นเรื่องหลักๆ แค่ 3-4 เรื่องสำคัญคือ เก็บขยะ น้ำท่วม การจราจร ซึ่งแม้จะเป็นงานที่ดูเหมือนง่ายๆ แต่ก็อ่อนไหวต่อความรู้สึกของคนกรุงเทพฯ ค่อนข้างมาก แถมงานเหล่านี้บางส่วนก็ทับซ้อนกับส่วนกลาง เพราะลำพัง กทม.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามลำพัง ด้วยเป็นเมืองที่เติบโตพร้อมกับจังหวัดปริมณฑล ซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก เอาแค่เรื่องน้ำท่วมอย่างเดียวก็พัวพันไม่รู้กับกี่หน่วยงาน

เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มผสมกับความรู้สึกประกอบเข้าไปด้วยจะเห็นว่าการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯครั้งนี้จะเห็นว่าผู้สมัครอิสระ น่าสนใจจะมีคะแนนเพิ่มขึ้น โดยบางคนมีแนวโน้ม มาแรง” แบบน่าจับตาทีเดียว ขณะที่ผู้สมัครสังกัดพรรคหากพิจารณากันแบบตรงไปตรงมายังถือว่า ไม่โดดเด่น” แทบจะโนเนมในสายตาคนกรุงเทพฯ ดังนั้นหากเปรียบเทียบผู้สมัครแต่ละคนแล้ว ผู้สมัครอิสระโดดเด่นมากกว่าในระยะทางที่เหลืออยู่ตอนนี้

อย่างที่รู้กันว่า โจทย์ของสนามกทม.รอบนี้ ลึกๆบรรดาคีย์แมนฟ้า” ทุกคนรู้ดีว่าตัวเองมีคะแนนนำคู่แข่งหรือยังตกเป็นรองคู่แข่ง ทว่าการส่งผู้สมัครในรอบนี้ลึกๆอาจส่งผลดีในแง่การ รักษาฐานเสียง”เลี้ยงกระแสเมืองหลวงที่จะมีผลไปถึงการเมืองสนามใหญ่ในอนาคต เพราะไม่เช่นนั้นโอกาสที่จะทวงพื้นที่เมืองหลวงก็อาจมีน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งบรรดาผู้สมัครแต่ละคนจึงต้องมีไม้เด็ดในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อ พลิกเกม” ให้คนกรุงหันมาเทคะแนนให้หลังจากนี้

อย่าลืมว่าผู้ว่ากทม.ต้องทำงานร่วมกับส่วนกลางนั่นก็คือ ทำงานคู่ขนานไปกับรัฐบาลสีน้ำเงิน ที่ตอกย้ำว่า การเมืองไทย ไม่เคยแยกขาดจากกันระหว่าง ระดับท้องถิ่น และ ระดับประเทศหากความสัมพันธ์นี้ผู้ว่าฯ กทม. มาจาก พรรคฝ่ายค้าน แน่นอนว่าอาจทำให้เกิดการเตะถ่วงงบประมาณ หรือความไม่ลงรอยในโครงการระดับใหญ่ ซึ่งรัฐบาลมีความกังวลในเรื่องนี้ ในการบริหารเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯแน่นอน

นับถอยหลังอีกไม่ถึงเดือนภายใต้โจทย์ “นโยบายเมืองหลวง” ซื้อใจโหวตเตอร์ 4.5ล้านเสียง ที่ต่างฝ่ายต่างประชันขันแข่งกันในเวลานี้ เพราะผลแพ้-ชนะ เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหนึ่งปัจจัยเดียว แต่อาจต้องมองในหลายปัจจัยประกอบกัน กว่าจะถึงวันเลือกตั้งต้องจับตาที่สุดฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายกำชัยชนะอีกไม่กี่อึดใจจะได้รู้กัน งานนี้ใครจะ "แลนด์สไลด์" ใครจะ "จอดไม่ต้องแจว"ระหว่าง "แชมป์เก่า" ที่เน้นขาย “ทำงาน-ทำงาน-ทำงาน” (และวิ่ง) ที่เคยได้ใจคนกรุงมาแล้วและคู่ท้าชิงจากบรรดาพรรคการเมืองใครจะครองอำนาจบริหารศึกพ่อเมืองเสาชิงช้าคงต้องติดตามต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...