‘พลพีร์’ ลุยป่าตอง! ทลายโรงแรมเถื่อน 2 แห่ง ไร้ใบอนุญาต ต้องสงสัยต่างชาติใช้ ‘นอมินี’ ทำธุรกิจ
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมและสถานประกอบการที่ได้รับการร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของกลุ่มทุนต่างชาติ การถือครองกิจการผ่านนอมินี รวมถึงการขออนุญาตก่อสร้างและประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย
โดย นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ ตนพร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และทีมกรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยในจังหวัดภูเก็ตโดยช่วงเช้า เริ่มต้นจากการประชุมร่วมกับตัวแทนศาลเจ้ากว่า 41 แห่ง เพื่อรับฟังข้อบังคับและหารือเกี่ยวกับแนวทางปรับปรุงระเบียบปฏิบัติที่ใช้มานานให้มีความทันสมัยและคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการจัดระเบียบในทุกมิติ ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้ข้อสรุปว่าต้องมีการพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากนั้น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมตามที่มีผู้แจ้งเบาะแสว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าโรงแรม 2 แห่งที่เข้าตรวจ ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการและไม่มีใบอนุญาตการก่อสร้างตามกฎหมาย ทางเจ้าพนักงานจากกรมการปกครองจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของโรงแรมที่กำลังจะเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมนั้น ทางคณะทำงานมีข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ว่าอาจเป็นธุรกิจที่ใช้ตัวแทนอำพรางหรือนอมินี โดยมีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกว่าที่กฎหมายไทยกำหนด ซึ่งจะเร่งตรวจสอบการขออนุญาตต่างๆ อย่างละเอียด
ขณะเดียวกัน รมช.มหาดไทย ยังได้เข้าตรวจสอบสถานที่พักแห่งหนึ่ง ที่แจ้งตามใบขออนุญาตว่า ขอเปิดเป็นกิจการโรงแรมและร้านอาหาร แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดย ผู้ดูแลนำเดินสำรวจ ไม่มีที่พัก แต่เป็นร้านอาหาร และศาสนสถาน สำหรับผู้นับถือศาสนายิว จึงได้สั่งการให้ทางจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการเดินหน้าตรวจสอบสถานประกอบการต่าง ๆ ในจังหวัดต่อไป เพื่อทำสิ่งต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย
"ตนได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการมุ่งเป้าไปที่จุดใดจุดหนึ่ง หรือกิจการใด แต่เป็นการตรวจสอบ การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของภูเก็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีการขอใบอนุญาตประกอบการที่สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายถือครองแบบนอมินี" นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมในช่วงท้าย.