โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พันธมิตรนาโตจะพังเพราะสงครามอิหร่านหรือไม่

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทรัมป์ 2.0 ตำหนิหลายเรื่องที่สมาชิกไม่ทำตามใจสหรัฐ แต่ไม่เน้นเรื่องถอนตัวจากนาโต แสดงว่าทรัมป์เปลี่ยนท่าที ฝั่งยุโรปเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับนาโตย่ำแย่ตั้งแต่ทรัมป์สมัยแรก ทรัมป์ 2.0 แม้ไม่พูดเรื่องแยกตัวจากนาโตแรงเท่าเดิม แต่ความสัมพันธ์ไม่ดีขึ้น ทั้งจากประเด็นยูเครน กรีนแลนด์ แคนาดา นักวิชาบางคนคิดว่าสงครามอิหร่านจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์สองฝั่งแอตแลนติกแตกร้าวกว่าเดิม บทความนี้จะเน้นวิเคราะห์ความสัมพันธ์ดังกล่าวจากกรณีสงครามอิหร่าน

ภาพ: “ไม่ใช่สงครามของยุโรป แต่มีผลประโยชน์ยุโรปในนั้น”

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

ท่าทีทรัมป์ต่อนาโต:

ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อนาโตทวีความรุนแรงและตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด เห็นชัดว่าไม่พอใจพันธมิตรยุโรป

ไม่กี่วันหลังนาโตยุโรปยืนยันไม่ช่วยสหรัฐเรื่องการคุ้มครองเส้นทางน้ำช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่าชาตินาโตไม่ช่วยอะไรเลย ทั้งๆ ที่ตอนนี้เป็นเวลาสำคัญ นาโตเป็นแค่เสือกระดาษ เป็นพวกขี้ขลาด

ทรัมป์ให้เหตุผลว่ายุโรปพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางมากกว่าสหรัฐ ดังนั้นยุโรปควรเป็นฝ่ายรับผิดชอบหลักในการเปิดเส้นทางเดินเรือ

ทรัมป์ใช้ประเด็นยูเครนเป็นเครื่องมือกดดัน ชี้ว่าสหรัฐยอมทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อช่วยยุโรปในสงครามยูเครน แต่พอสหรัฐต้องการความช่วยเหลือในกรณีอิหร่านซึ่งเป็นภัยคุกคามนิวเคลียร์ระดับโลก ยุโรปกลับนิ่งเฉย

ท่าทียุโรปที่ไม่ช่วยสหรัฐ:

สงครามอิหร่าน 2026 แม้เป็นปฏิบัติการทางทหารระดับภูมิภาค แต่กระทบเศรษฐกิจทั่วโลก เป็นความขัดแย้งของคู่กรณีเก่าแก่ ที่นักวิชาการหลายคนคิดว่าสักวันสหรัฐ-อิสราเอลจะทำสงครามใหญ่กับอิหร่าน รอบนี้คือสงครามโดยตรงที่รุนแรงที่สุด เรื่องใหญ่ที่นานาชาติจับตา มีผลต่อระเบียบโลก เหล่านี้น่าจะเป็นเหตุผลที่นาโตยุโรปแสดงจุดยืนของตนชัดเจน

หลังหลายประเทศยืนยันแล้วว่าไม่ขอเข้าพัวพัน ทรัมป์กล่าวว่า “เราเคยเข้าไปให้ความช่วยเหลือบางอย่าง ในอนาคตอาจไม่ช่วยบางประเทศแล้ว”

ไคยา คาลลัส (Kaja Kallas) ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง กล่าวว่า “ไม่ใช่สงครามของยุโรป แต่มีผลประโยชน์ยุโรปในนั้น”

เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า “ความเป็นผู้นำของตนคือการยึดมั่นผลประโยชน์ของอังกฤษ ไม่สนใจแรงกดดัน” หากอังกฤษจะเข้าร่วมก็จะเข้าร่วมพร้อมกับประเทศยุโรปอื่นๆ

ก่อนหน้านี้รัฐบาลฝรั่งเศสกับอิตาลีประกาศไม่ขอส่งกองทัพเข้าร่วมเช่นกัน

การที่นาโตยุโรปไม่เข้าร่วมเพราะไม่เข้าข่ายสนธิสัญญานาโต สงครามอิหร่านคือสหรัฐกับอิสราเอลเข้ารบกับอิหร่าน ไม่ใช่โดนอิหร่านโจมตีก่อน แม้รัฐบาลสหรัฐพยายามให้เหตุผลที่มาของสงครามหลายอย่าง แต่ฟังดูไม่สมเหตุผล

งานนี้สหรัฐโดนพันธมิตรยุโรปโดดเดี่ยว

รุกรานอิหร่านผิดกฎหมายระหว่างประเทศ:

ตั้งแต่การโจมตีวันแรก ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงว่า “วัตถุประสงค์คือปกป้องชาวอเมริกันด้วยการกำจัดภัยคุกคามจวนตัว (imminent threats) จากระบอบอิหร่าน กลุ่มคนที่ร้ายกาจมาก” อิหร่านเป็นภัยคุกคามสหรัฐมาแล้ว 47 ปี (หรือนับจากการปฏิวัติอิหร่าน 1979) ขัดแย้งหนักหลายครั้ง

แม้สหรัฐยกเรื่องอิหร่านเป็น “ภัยคุกคามจวนตัว” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในเรื่อง “การป้องกันตนเอง" (Self-Defense) ตามกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) มาตรา 51 แต่หลายประเทศไม่เห็นด้วย ทางในกลับกัน ประเด็นผิดกฎหมายระหว่างประเทศดังขึ้นทันทีเมื่อสหรัฐ-อิสราเอลเปิดฉากโจมตี

ฟรังก์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ (Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีเยอรมนี กล่าวว่า สหรัฐ-อิสราเอลรบอิหร่านนั้นทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เรื่องภัยคุกคามจวนตัวฟังไม่ขึ้น

การที่ยุโรปพูดชัดขนาดนี้คงแน่ใจมากกว่าเรื่องนี้จะอยู่คนละฝั่งกับวอชิงตัน

ทำลายเสถียรภาพตะวันออกกลาง:

นโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ชาติอาหรับ มักเอ่ยถึงให้ความสำคัญเรื่องรักษาความมั่นคง เสถียรภาพตะวันออกกลาง รอบนี้เห็นชัดว่าภูมิภาคกำลังปั่นป่วน

อันโตนิโอ กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนต้องรีบเจรจาสงบศึกให้ได้ก่อนบานปลายกลายเป็นสงครามตะวันออกกลางที่ควบคุมไม่ได้ เกินกว่าใครจะจินตนาการ เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน สร้างความทุกข์ยากแก่ผู้คนทั่วโลก สร้างความยากจน อาหารขาดแคลน “สงครามไม่ใช่คำตอบแต่เป็นหายนะ” ต้องนำสันติภาพกลับมา

Pedro Sanchez นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวว่า สงครามอิหร่านหากบานปลายจะกลายเป็นหายนะ ทำลายกฎหมายระหว่างประเทศ ทำลายเสถียรภาพตะวันออกกกลาง ชี้ว่าคล้ายสงครามอิรัก แต่เลวร้ายกว่า นานาชาติรับผลกระทบมากกว่า เตือนว่าอิหร่านไม่เหมือนอิรัก สเปนไม่เห็นด้วยกับสงคราม

นายกฯ สเปนพูดเรื่องการไม่รักษากฎหมาย กติการะหว่างประเทศ นำโลกเข้าสู่กฎแห่งป่า พร้อมกับเตือนอันตรายของสงครามนี้ที่จะหนักว่าครั้งสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย

ทำนองคล้ายกับประธานาธิบดีมาครงเคยเตือนว่า ตะวันออกกลางอาจปั่นป่วนวุ่นวายหากล้มระบอบอิหร่าน ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฝรั่งเศสไม่สนับสนุนหากทำให้ภูมิภาคปั่นป่วน ย้อนให้คิดถึงการโค่นล้มระบอบซัดดัมในอิรักเมื่อปี 2003 การโค่นล้มกัดดาฟีแห่งลิเบีย ที่ตอนนี้ประเทศยังไม่สงบ

ความขัดแย้งระหว่างสองฝั่งแอตแลนติกอันเนื่องจากสงครามอิหร่าน 2026 เป็นความขัดแย้งใหม่ที่ซ้อนทับความขัดแย้งเก่า มีหลายกรณีที่ชัดเจน เช่น สงครามยูเครน นโยบายภาษีตอบโต้ของทรัมป์ ในที่นี้นำเสนอส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์สมัยแรก และสงครามยูเครน

ความย้อนแย้งของทรัมป์:

ตั้งแต่สงครามเย็น หลายประเทศเน้นค้าขายตามขั้ว ฝ่ายเสรีประชาธิปไตยจะค้าขายกันเอง และจะไม่พยายามค้าขายกับฝั่งสังคมนิยม การเป็นพันธมิตร ข้อตกลงการค้าเสรีระดับกลุ่มหรือระดับโลก ยิ่งส่งเสริมให้ขั้วโลกเสรีค้าขายกันมากขึ้น นักวิชาการตะวันตกชี้ว่าวิธีการนี้ช่วยให้โลกมั่นคง นานาชาติมั่งคั่ง หลายประเทศเสรีประชาธิปไตยพัฒนาร่วมกัน

ผลคือการค้าระหว่างประเทศขยายตัว ปี 2024 สหรัฐนำเข้าสินค้าจากอียู 606,000 ล้านดอลลาร์ ส่งออกสู่อียู 370,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐจึงเป็นฝ่ายขาดดุลไม่น้อย ที่สำคัญคือ เมื่อมาถึงวันนี้รัฐบาลทรัมป์กลับชี้ว่า นี่คือการค้าที่สหรัฐเสียเปรียบ ถูกเอาเปรียบ สหรัฐจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นอีก

สังเกตว่าทรัมป์ 2.0 ไม่เอ่ยถึงการเน้นค้าขายตามขั้ว หลักการค้าเสรี แต่กลับพูดใหม่ว่าสหรัฐถูกอียูเอาเปรียบ จึงประกาศขึ้นภาษีสินค้าอียูหลายรอบหลายสิบเปอร์เซ็นต์

ประเด็นคือ รัฐบาลสหรัฐใช้เหตุผลข้ออ้างใหม่ นี่คือการหักหลังพันธมิตรที่เคยยึดหลักการค้าตามขั้วใช่หรือไม่

นักวิชาการบางคนชี้ว่ามาตรการภาษีจะชักนำให้หลายประเทศหันไปค้าขายกับประเทศอื่น เช่น มีข้อมูลว่าอียูจะหันไปค้าขายกับจีนมากขึ้น แต่ยุทธศาสตร์ “Mar-a-Lago Accord” ของทรัมป์เชื่อมโยงการเข้าถึงการค้ากับความร่วมมือด้านความมั่นคงของชาติ หากอียูค้าขายกับจีนมากขึ้นเท่ากับเป็นมิตรกับจีนมากขึ้น เป็นการสนับสนุนรัสเซียทางอ้อม (ตามแนวคิดจีนช่วยรัสเซีย)

ผลลัพธ์สุดท้ายคือ อียูจำต้องค้าขายกับสหรัฐต่อไป แม้อยู่ในสภาพเสียเปรียบ เท่ากับว่า รัฐบาลสหรัฐเข้ามาควบคุมเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนของอียู แม้ไม่ถึงขั้นควบคุมอย่างสมบูรณ์ ภาษีทรัมป์จึงไม่ใช่แค่ลดปัญหาขาดดุลสหรัฐ เสียเปรียบต่างชาติ แต่เป็นข้ออ้างเพื่อเข้าควบคุมเศรษฐกิจการเมืองของต่างชาติ ที่ทรัมป์ 2.0 มุ่งเป้าเจาะจงว่าต้องการเล่นงานประเทศใด ไม่เว้นแม้กระทั่งพันธมิตรอย่างอียู ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ คำว่าพันธมิตรหมายถึงอย่างไรกันแน่

นี่คือตัวอย่างผลจากการเชื่อมโยงการค้ากับความมั่นคงระหว่างประเทศ ตาม “Mar-a-Lago Accord” ที่สหรัฐได้ประโยชน์มากสุด

ล่าสุดในการประชุมสุดยอดนาโต กรกฎาคม 2026 ทรัมป์ 2.0 ตำหนิหลายเรื่องที่สมาชิกไม่ทำตามสหรัฐ แต่ไม่เน้นเรื่องถอนตัวจากนาโต แสดงว่าทรัมป์เปลี่ยนท่าที ฝั่งยุโรปเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...