"ไอติม" เผย ปชน.เตรียมยื่นแก้ รธน. 2 ฉบับ ภายใน 1-2 วัน พร้อมตั้งคำถาม สว. ที่เคยหนุนแต่กลับเปลี่ยนจุดยืน
"ไอติม" เผย ปชน.เตรียมยื่นแก้ รธน. 2 ฉบับ ภายใน 1-2 วัน พร้อมตั้งคำถาม สว. ที่เคยหนุนแต่กลับเปลี่ยนจุดยืน เตือนหากรัฐบาลดันร่างจนประชามติไม่ผ่าน นายกฯ ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง
วันที่ 26 พ.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงท่าทีของ สว. ต่อการไม่สนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน ว่า พรรคประชาชนจะยื่นร่างภายใน 1-2 วันนี้ จำนวน 2 ฉบับ โดยหลักการจะสอดคล้องกับร่างแก้ไขที่เคยยื่นไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งครั้งนั้นได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. เพียงพอ ดังนั้น หาก สว. คนใดที่เคยเห็นชอบร่างดังกล่าว แต่วันนี้กลับไม่เห็นชอบ ก็ต้องตั้งคำถามว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม ตนคาดหวังว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะลงมติโดยยึดเนื้อหาสาระของกฎหมาย ไม่ใช่นำประเด็นส่วนตัว หรือการถูกวิพากษ์วิจารณ์มาใช้ประกอบการตัดสินใจ
เมื่อถามว่า การมีอยู่ของระบอบสีน้ำเงิน จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากขึ้นหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ถือเป็นความท้าทาย แต่ยังมีตัวแปรสำคัญ คือ เสียงประชามติของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง ที่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นแรงผูกมัดให้ทุกฝ่ายต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกัน เสียงประชาชน 21 ล้านเสียง ยังมีความหมายต่อการทำประชามติรอบสองด้วย เพราะหากพรรคภูมิใจไทยผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้เป็นไปตามแนวทางของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการผูกขาดอำนาจและกินรวบ จนทำให้ประชาชนลงประชามติไม่เห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง
ทั้งนี้ หากดูตามหลักมาตรฐานสากล เมื่อมีการจัดทำประชามติและรัฐบาลประกาศจุดยืนชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายใด แต่ผลประชามติออกมาตรงกันข้าม ก็มักจะเห็นผู้นำรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ยกตัวอย่างกรณีประชามติในประเทศอังกฤษ เรื่องการออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งผลออกมาสวนทางกับจุดยืนของรัฐบาล และภายในไม่เกิน 3 วัน นายกรัฐมนตรีได้ประกาศลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
เมื่อถามว่า ในอนาคตมีโอกาสจะเห็นการรณรงค์ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะขณะนี้ยังอยู่ในขั้นเตรียมเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 1 โดยเป้าหมายสำคัญคือทำอย่างไรให้ร่างมีความสอดคล้องกับ 3 หลักการของพรรคประชาชน และได้รับความเห็นชอบในวาระ 1 เพื่อเข้าสู่การหาข้อสรุปร่วมกันในชั้นกรรมาธิการ แต่หากพรรคภูมิใจไทยเลือกใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา เพื่อให้ร่างปลายทางออกมาตรงตามร่างของพรรคภูมิใจไทยทุกประการ ตนมองว่าพรรคประชาชนจะเห็นด้วยได้ยาก และหากท้ายที่สุดประชาชนลงประชามติไม่เห็นชอบ ก็หวังว่ารัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองเช่นกัน